เมื่อหลายวันก่อน ผมได้รับคนไข้ในความดูแลที่ ICU ครับ จริง ๆ เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับวิชา โสต ศอ นาสิกหรือที่เราเรียกว่า ENT ครับ คนไข้เป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 5 ขวบตอนแรก เด็กก็ปวดฟันครับ จากนั้นก็ไปถอนฟันเป็นฟันกรามซี่ล่าง ถอนเสร็จปรากฏว่ายังปวดอยู่แฮะ ไม่หายที่บ้านก็คิดว่าอาจจะปวดหลังถอนฟันได้ วันรุ่งขึ้นปรากฏว่าหน้าบวมครับบริเวณคาง บวมเปล่งแล้วก็เจ็บมาก อาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องมาพบแพทย์ จากการตรวจร่างกายเด็กอ้าปากไม่ขึ้นครับ ปวดมากที่คางตรงบริเวณที่บวม ถ้าเราไปจับเนี่ยจะเจ็บจนแทบน้ำตาไหลทีเดียว
จากการซักประวัติ ตรวจร่างกายก็สันนิษฐานว่าคนไข้เป็น Ludwig’s angina ครับ (ขอนอกเรื่องนิดนึงครับ คำว่า angina เนี่ยแปลว่าอาการเจ็บแล้วก็ปวดมาก ๆ นักเรียนแพทย์จะคุ้นกับคำว่า angina pectoris ซึ่งเป็นอาการปวดเจ็บบริเวณหน้าอก แล้วปวดร้าวไปที่แขนซ้าย ซึ่งพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจเช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบหลันครับ เมื่อเทอมที่แล้วอาจาร์ยถามผมว่า Ludwig’s anginaคืออะไร ด้วยความที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ก็ตอบไม่ได้ เลยเดาไปว่าเจ็บหน้าอก หน้าแตกเลยครับ T_T) Ludwig’s angina เป็นการติดเชื้อในบริเวณชั้นใต้ผิวหนังครับคือ ใต่ผิวหนังเราบริเวณหน้า บริเวณคางมันจะแบ่งเป็นช่องว่าง(space) ต่าง ๆ ครับ ไอ้ตัวโรค Ludwig’s anginaเราถือว่ามันติดเชื้อที่ submandibular และsublingual space ครับเอาเป็นว่าติดเชื้อแล้วกันนะครับ
การติดเชื้อเชื่อว่าเกิดจากการที่มีฟันผุครับ แล้วมันก็เข้าไปติดเชื้อในช่องว่างดังกล่าว อาการฟังดูเหมือนไม่รุนแรงใช่ไหมครับ ติดเชื้อก็ให้ยาฆ่าเชื้อไปก็จบ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นครับ ยังจำเรื่องอาการบวมที่ผมเล่าให้ฟังได้ไหมครับ อาการบวมนี่แหละครับตัวสำคัญ ในคนไข้บางรายเกิดอาการบวมมากจนทำให้หายใจไม่ออกแล้วก็เสียชีวิตในที่สุดครับ รายที่รุนแรงจะมีอาการบวมอย่างรวดเร็วใน 24 ชั่วโมงครับ
ในการรักษาต้องรักษาทันท่วงทีและต้องใส่ใจอย่างยิ่งครับ วิธีรักษานอกจากยาฆ่าเชื้อแล้วรายที่จำเป็นอาจต้องเจาะช่องที่คอเพื่อระบายหนองออก หรือรายที่มาโรงพยาบาลด้วยอาการหายใจไม่อออกแล้วนี่อาจจะต้องทำการเจาะคอ หรือช่วยหายใจด้วยวิธีใส่ท่ช่วยหายใจไปก่อน ซึ่งวิธีที่ผมว่ามาในผู้ป่วยธรรมดานี่ก็ยากแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเจาะคอหรือใส่ท่อช่วยหายใน แต่ในผู้ป่วยโรคนี้จะยิ่งยากขึ้นไปอีกครับ
อันตรายนะครับแค่ฟันผุ อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าเรื่องที่เราเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่นี้อาจจะทำให้เราเสียใจมากก็ได้ครับ อีกอย่างรักษาสุขภาพช่องปากก็ดีกับสุขภาพของทุกคนด้วยครับ



โห..ชักจากลัว
หมอคะขออนุญาตนำบทความบางตอนไปทำ บทความสุขภาพเผยแพร่นะคะ หวังาคงจะมีบทความน่าสนใจให้ติดตามต่อไป…
…………………………………………………….ตัวกลม..ตากลม
หมอคะ ตอนนี้ดิฉันมีอาการปวดฟันที่ไม่ได้ปวดที่ฟันค่ะคือ ขบฟันไม่ได้เคี้ยวข้าวก็ลำบาก กลืนน้ำลายก็เจ็บคอค่ะ ตอนนี้มีอาการบวมที่คิด้วย ตอนขบฟันนี่ฟันกรามซี่ด้านล่างซ้ายในสุดนี่จะรู้สึกเหมือนจะสะเทือนค่ะบอกไม่ถูก อ้าปากมากไม่ได้ค่ะ
ว่าจะไปหาหมอแต่ก็ยังไม่ได้ไปเลยค่ะ กินยาแก้อักเสบ แก้ลดบวมมาหลายวัน อาการไม่ดีขึ้นเลยค่ะ เจ็บมากปวดที่แก้มตึงๆค่ะ
เพิ่มเติมจากหมอหนึ่งนะครับ ไอ้ที่ว่าคางเขาเราแบ่งเป็นช่องว่าง(space)ต่างๆนี่ชักจะผิดไปนิดครับ คือปกติในศีรษะและในหน้าของเราที่เป็นช่องว่างก็คือโพรงอากาศหรือที่เราเรียกว่าไซนัส(sinus)กันแค่นั้นครับ บริเวณใต้คางของเราไม่ได้มีการแบ่งเป็นช่องแต่อย่างใด แต่อาการบวมที่เกิดขึ้นเกิดจากการติดเชื้อที่แพร่จากปลายรากฟันไปสู่ชั้นระหว่างกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อนซึ่งก็คือชั้น periosteal ครับจึงเกิดเป็น space ที่เราเรียกว่า potential space จินตนาการง่ายจากมีแผ่นยางที่ติดกับหน้าไม้ปิงปองเรียบๆ อยู่ พอมีการติดเชื้อระหว่างไม้กับยางก็เกิดปฏิกริยาทั้งจากเชื้อและร่างกายที่พยายามจะกำจัดเชื้อจึงเกิดการบวมขึ้นมา
เพิ่มเติมนะครับจะได้ไม่เข้าใจผิดกันว่าบริเวรคางเราแบ่งเป็นช่องว่างต่างๆ