ใครที่คิดจะอ่าน Enrtyต้องทำใจนะครับ เพราะค่อนข้างยาว ถึงยาวมากและอีกอย่างหนึ่งคนเขียนเป็นหมอ และก็ผมคิดว่าคงสื่อสารถึงคนในแวดวงสายวิชาชีพ จึงใช้ศัพท์ที่บางตัวคนทั่วไปไม่ค่อยเข้าใจนะครับ
ผมอ่านจากกระทู้ ไทยClinic ครับตอนแรกกะจะไม่copy มาเก็บไว้ แต่มานั่งคุยกับเพื่อนที่เรียยนด้วยกัน เป็นเรื่องที่ฮือฮามากทีเดียว เพราะว่าเป็นหมอที่ติดเชื้อมาจากการเข้าผ่าตัด ผมคุยกับอาจารย์ท่านหนึ่ง อาจารย์คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะมีชื่อบุคคล สถานที่ที่อ่านแล้วก็ทราบว่าที่ไหน
ยาวมากครับผมก็เลยมาcopy เก็บไว้ เอาไว้อ่านเตือนความจำตัวเอง เพราะว่าปีหน้าขึ้น Extern แล้วอย่างน้อย case ไส้ติ่งอักเสบ ก็น่าจะมีโอกาสได้ผ่าแน่ ๆ
” 26 มค. 49 เป็นวันแรกที่ผมรู้ว่าผลเลือดผิดปกติ ซึ่งจริงจริงแล้วผมไม่ได้ตั้งใจอยากจะเจาะเลือดเท่าไร แค่เจาะไปตามหน้าที่ แต่พี่เฉาฝ่ายการพยาบาลบอกว่า หมอต้องไปเจาะให้ครบครบนะ หมอโดนเข็มตำมา พี่ต้องเขียนรายงานให้ผู้อำนวยการมันทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าผมไม่ยอมไปเจาะเลือดคงทำให้พี่เฉาลำบาก
เช้าวันนี้ผมก็ไปเจาะเลือดเหมือน3ครั้งก่อน ผมเดินไปที่ห้องฉุกเฉิน เข้าไปหาพี่อาร์ทให้ช่วยเจาะเลือดให้ พี่อาร์ทป็นพยาบาลสาวสวยใจดีที่น่ารกมากคนนึง ผมไม่เคยรู้เลยว่าพี่อาร์ทมือเบาขนาดนี้ ผมแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย ทุกอย่างช่างเป้นไปอย่างเรียบร้อย ผมฝากเลือดไปส่งที่ห้องแล็ป เดินออกจากห้องฉุกเฉินอย่างสบายใจเพราะผมคงไม่ต้องมาเจาะเลือดอีก ครั้งนี้แหละ ครั้งสุดท้ายที่เราจะเจ็บตัว
ผมกลับไปนั่งตรวจคนไข้ที่แผนกผู้ป่วยนอก วันนี้เป็นวันที่คนไข้มากจริงจริง ที่นั่งรอก็เต็ม ทั้งคนไข้และญาติก็ยืนรอกันเกะกะไปหมด วันนี้ผมคงต้องรีบตรวจหน่อยแล้ว ไม่งั้นคนไข้คงจะรอแย่ซะก่อน แต่พอตรวจไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง คุณพรชัยโทรจากห้องแล็ปว่าอยากพบผม ถ้ามีเวลาขอให้รีบไปที่ห้องแล็ปด้วย ในตอนแรกผมคิดว่าเลือดคงไม่พอ ขอตรวจใหม่ซึ่งคุณพรชัยบอกว่าขอเจาะเลือดใหม่จริงจริง แต่เหตุผลกลับไม่ใช่ คุณพรชัยบอกว่าผลมันเป็น weakly positive อยากจะขอตรวจใหม่ด้วยวิธี ELISA โดยใช้น้ำยาตัวใหม่ หลังจากได้ยินคำขอ ผมก็รีบเดินไปที่โต๊ะเจาะเลือดอย่างรวดเร็วราวได้รับคำสั่งมา ท่วงท่าผมไม่มีความกังวลใจเลยซักนิด แต่ในใจนั้นกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่เหมือนไม่มีอะไรอยู่รอบตัว ห้องเจาะเลือดที่คาคร่ำไปด้วยผู้คนกลับเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ซักคนเดียว ผมกลับมาคิดถึงคำพูดคุณพรชัยเมื่อกี๊ว่าประโยคที่พูดเมื่อครู่มันหมายถึงอะไ รกันแน่ มันน่าแปลกที่แพทย์ใช้ทุนปี3อย่างผมไม่เข้าใจคำว่า weakly positive แปลว่าอะไร ในวินาทีนั้นผมแปลว่ามันคือ false positive หมายความว่าคุณพรชัยคงตรวจผลเลือดผมผิด แล้วไม่มั่นใจเลยขอตรวจซ้ำด้วยน้ำยาที่ดีกว่าเก่าเพื่อจะได้ยืนยันผลให้ผม ผมเดินกลับหอพักคนเดียว แต่วันนี้มันเป็นตัวคนเ ดียวที่ไม่เหมือนทุกวัน ใจกับตัวมันไม่ได้มาด้วยกัน ขาว่าก้าวไป แต่ใจอยากเดินกลับไปถามอีกรอบว่าที่คุณพรชัยพูดมันแปลว่าอะไร ตกลงผม HIV positive หรือไม่ ผมเดินมาถึห้อง นั่งลงบนเตียง คิดย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดในชั่วครู่หลายสิบรอบ… ผมลืมกลับไปตรวจคนไข้ต่อ… ผมลืมไปroundเย็น… ผมไม่ได้รบโทรศัพท์ที่รพ.ตาม… ผมกำลังทำอะไรที่นี่!!!
นั่งอยู่เปล่าเปลี่ยว วนเวียนว้าวุ่น ทบทวนความหลัง ว่าเราเป็นอะไร
เรามาทำอะไรที่นี่ เป็นหมอแล้วดีตรงไหน หากไม่เป็นแล้วเราจะทำอะไร แต่ยังไงคงไม่เป็นเอดส์ซะเอง



ยาสมุนไพรยับยั้งเชื้อ H.I.V
พบยาสมุนไพรไทยที่จังหวัดขอนแก่นมีสรรพคุณในการทำให้ภูมิคุ้มกันดีขึ้นมากและมีอาการดีเกือบปรกติภายใน 1-2เดือน รายละเอียดกรุณาอ่านรายละเอียด
นาง บุญเหลือ โยธานันท์ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 144/1 หมู่ 18 ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ของแก่น
คนไข้ติดเชื้อ เอช ไอ วี กับสามีคือ นาย อำพร โยธานันท์ ประมาณ 9 ปีแล้ว นาย อำพร ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 2 มี.ค 2546 ต่อมาลูกชายคนโตคือ ด.ช ขวัญชัย โยธานันท์ อายุ 10 ปี ได้เสียชีวิตเพราะติดเชี้อไปอีก 1 คน เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 46
คงเหลือแต่ นาง บุญเหลือ กับลูกชายคนเล็กอีก 1 คน คือ ด.ช สลักใจ โยธานันท์อากาของนาง บุญเหลือก่อนที่จะทานยาสมุนไพรคือวิงเวียนศรีษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย น้ำลายเหนียว เบื่ออาหาร นอนไม่หลับจนต้องทานยาระงับประสาท จากโรงพยาบาล คนไข้ไม่เคยรับประทายาต้านไวรัสเอดส์เลย ตัวซีดเซียว และจะมีฝีเม็ดขนาดลูกมะนาวขึ้นตามบริเวณใต้รักแร้ โคนขา หรือบริเวณที่ผิวหนังอ่อน ตอนก่อนประจำเดือนจะมาทุกๆเดือน จนเป็นแผลเป็นเป็นจ้ำๆ น้ำหนักตัว 51 ก.ก. ผลการตรวจเม็ดเลือดขาวมีประมาณ 200อาการหลังจากรับประทานยาสมุนไพร
คนไข้เริ่มทานยาสมุนไพรเมื่อวันที่ 2 ก.พ 2548 โดยต้มดื่มแทนน้ำตลอดเวลา ทานสัปดาห์แรกคนไข้มีอาการร้อนวุบวาบไปทั้งตัวและเหงื่อออก แต่ประมาณ 5 นาที อาการดังกล่าวก็หายไป ปรากฏว่าอาการของคนไข้ดีขึ้นคือ ไม่มีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้นอีก คนไข้น้ำหนักตัวขึ้น 63 ก.ก ทานอาหารได้ นอนหลับ มีอาการเหมือนคนปกติ ฝีที่เคยขึ้นก็ยุบหายไปหมด ประจำเดือนก็มาปกติ
ผลเลือดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย 2548 คือ CD 4=618(22.77) คนไข้ทานยาต้มมาตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ 2548 จนถึงเดือน มิ.ย 2548 คนไข้ได้ไปตรวจ หาเชื้อ เอช ไอ วี ในเลือดปรากฏว่ายังมีอยู่ แต่คนไข้ยืนยันว่าตัวเองมีอาการดีขึ้นมากเพราะยาต้มสมุนไพร จึงขอรับประทานต่อไปเผื่อว่าตัวเองจะมีโอกาสหายจากโรคนี้ในอนาคต
อันนี้เป็นการยืนยันจากปากคนไข้เองเพราะว่าเพื่อนที่เป็นพร้อมกันแต่เขาทานยาต้านไวรัสเอดส์ตรงกันข้ามกับนาง บุญเหลือ ซึ่งทานยาต้มสมุนไพรแต่เพื่อนได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว เหลือแต่ตัวเองที่อาการดีมากเหมือนคนปกติทั่วไป
อยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ คุณ ธิดา อึ้งนภารัตน์ 083-3459197 ที่จังหวัดขอนแก่นครับ
เราเป็นมาสามปีแล้ว ก็สบายดีนะ ไม่อยากไปใหน รักพ่อแม่ น้องๆที่สุด
ไม่มีใครรู้ด้วย
ตอนนี้มียานวัตกรรมใหม่
สามารถยับยั้งและฆ่าเชื้อไวรัส
ทั้ง HIV เซลล์มะเร็ง และไวรัสต่างๆ
ผ่าน อย. เรียบร้อย มี สคบ. รองรับ
ปลอดภัยเห็นผลจริง
เพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้นและคนที่คุณรัก
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์แปดหกเก้าหนึ่งสี่เก้าห้าสองห้า หรือ
ศูนย์แปดสองสามแปดเก้าสามหนึ่งสองศูนย์
รับสมัครอาสาสมัครผู้ติดเชื้อHIVที่อาศัยอยู่ในชลบุรีหรือกทม.เพื่อทำวิทยานิพนธ์ มีค่าตอบแทนให้ สนใจทิ้งเบอร์ไว้ที่ pink_widow@hotmail.com
ผมเตยอ่านบทความนี้ ตอน ที่ผมเรียนอยู่ ชั้น ม.6 (2547) ทำให้ความคิดที่จะเรียนหมอเปลีี่ยนไป จากที่อยากเรียน กลายเป็นความกลัว จนการสอบโควต้า เข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้ผม ไม่ได้เลือกเรียนในคณะแพทย์ศาสตร์ แต่กลับเลือกเรียนสาขาเภสัชกรรม จนผมนำเรืี่องที่ได้อ่านไปคุยกับ พี่ชายของผม ที่กำลังรียนแพทย์อยู่ บอกผมว่า เราเรียนหมอ เพื่อจะนำความรู้ มาชวยเหลือคน ให้เค้า พ้นจากความทุกทรมานจากการเจ็บป่วย หากเรามองเรื่องนี้ว่า ผู้แต่งบทความบทนี้ ติดเชื้อจากการทำงาน นั่นก็หมายความว่า ผู้แต่งเรื่องนี้ ได้ทำหน้าที่ของหมอ อย่างสมบูรณ์แบบ โดยการทำหน้าที่ช่วยเหลือคนอื่น ที่อาจจะ มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน ให้สามารถอยู่ได้ต่อ ถึงแม่ว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานเท่าไหร่ จากวันนั้น ผมได้ สละสิทธิ์เข้าเรียนในคณะเภสัชศาสตร์ และเลือกแอดมิชชั้น (ซึ่ง รุ่นผมเอง เป็นรุ่นที่มีการสอบเอ็มทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก) ผมจึงเลือกคณะแพทย์ศาสตร์ ทั้งหมด และ สามารถเข้าเรียนในคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ ในที่สุด
การเรียนแพทย์ศาสตร์ที่นี่ ไม่ได้สอนให้ผม เป็นหมอ ที่ดีอย่างเดียว กลับได้สอนผมได้รู้ถึง ค่าความเป็นคน และการรักษาคนไข้ ที่ไม่ได้รักษาแค่อาการเจ็บป่วยของคนไข้เพิียงเท่านั้น มันทำให้ผมรู้ว่า การเป็นหมอที่ดี นั้น ต้องรักษาอาการป่วยทางจิตใจของคนไข้ด้วย เพราะกำลังใจ เป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้คนไข้มีอาการดีขึ้นแล้า ถึงแม่ว่าในกรณี จะไม่สามารถรักษาให้้หายขาดได้ก็ตาม หลายครั้ง
ตอนนี้ผมเป็น นศพ. ชั้นปีที่5 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถึงแม้ว่า ในวันนี้ ผมยังไม่ได้เป็นหมอ อยากงเต็มตัว แต่ ผมเชื่อว่า ซักวันนึง ผมจะต้องเป็นหมอ ที่ดี และเก่ง เหมือนพี่เจ้าของบล็อกน่ะคับ
“ฉันใช่สอนให้เห็น เธอเป็นหมอ สำคัญตน แต่เธอต้องเป็นคนด้วย ,ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นกินสอง ประโยชน์ส่วนรวมเป็นกิจหนึ่ง ลาภ ชื่อเสียง และเกียรติยศ จะตกมาแก่ตัวท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์”
พระบรมโชวาทในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
อ้อ แก้ทีคับ อ่าน อีกบทความนึง คล้ายแบบนี้ล่ะ แต่ว่า
เรื่องมันเป็นประมาณว่า เรียน อยู่ ปีสุดท้าย ออกฝึกงานน่ะคับ ยังไม่ได้ดป็นหมอเลย
แต่ไปติดตอนที่ เพื่อนเย็บแผลเย็บแผลให้คนไข้ ที่ห้องฉุกเฉิน แล้ว พลาด เข็มเย็บแผลไปโดนแขนเของเค้า ที่จับตัวคนไข้ไว้ ไม่ให้ดิ้น และเข็ม โดนไปนิดเดียว ก็ไม่ได้สนใจ จนผ่านไป 5-6เดือนนี่ล่ะไม่แน่ใจ ไปตรวจเลือดเพื่อจะใช้ทุน กลับตรวจพบว่าเค้าเป็นเอดส์
พอดีผมไม่ได้ อ่าน ช่วงแรกน่ะ มาอ่าน แบบลวกๆๆไปก่อน