ใครที่อยากเป็นหมอ หรือ มีลูก มีหลานที่สนใจจะสอบเข้าคณะแพทย์ ไม่ควรจะพลาดข่าวนี้เป็นอย่างยิ่งครับ ข้อมูลได้จากผู้จัดการ และwebboard ในคณะผมครับ
คณะแพทย์ 14 แห่ง ปลดเกียร์ว่าง ยกเลิกเกณฑ์ G-PAX 2.75 ตามคำแนะนำของศาลปกครอง ส่วนเกณฑ์อื่นเหมือนเดิม เริ่มรับสมัคร 1-30 สิงหานี้ คาดปีนี้จะมีเด็กแห่มาสมัครกว่า 18,000 คน รับได้เพียง 1,218 คน สำหรับกรุงเทพฯใช้ ม.ราม เป็นสนามสอบ
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) น.ส.จิรณี ตันติรัตนวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกับ ศ.นพ.อาวุธ ศรีศุกรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศ.พญ.บุญมี สถาปัตยวงศ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และตัวแทนจากสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับการสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตและหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ในปี 2551
ศ.พญ.บุญมี กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ที่อยู่ในกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย จำนวน 14 แห่ง และคณะทันตแพทยศาสตร์อีก 2 แห่ง ซึ่งจะรับนักศึกษาโดยระบบการรับตรงในปี 2551 รวมทั้งสิ้น 1,218 ราย แบ่งออกเป็นคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 30 คน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 200 คน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 45 คน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 60 คน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 20 คน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 148 คน คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 225 คน วิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 30 คน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 120 คน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 60 คน วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานคร และวชิรพยาบาล 80 คน วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า 100 คน (ชาย 60 คน หญิง 40 คน) คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 50 คน และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 50 คน
ทั้งนี้ ในจำนวนนี้มี 4 คณะ จะรับนักศึกษาเพิ่มโดยระบบแอดมิชชันกลาง ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 20 คน วิทยาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 30 คน ทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 50 คน และทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 25 คน
สำหรับปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเข้าศึกษาต่อ ซึ่งจะยกเลิกข้อกำหนดเดิมที่ระบุไว้ว่าผู้มีสิทธิสอบตรงจะต้องมี G-PAX 2.75 ขึ้นไป ซึ่งการกำหนดเกณฑ์ดังกล่าว ทำให้เกิดปัญหายุ่งยากตามมาในภายหลัง อย่างไรก็ดี ตนก็ฝากข้อสังเกตไว้ว่า นักเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ในปีที่ผ่านมา มีคะแนน G-PAX 3.5 เกือบทั้งสิ้น ส่วนเกณฑ์อื่นยังยึดถือตามเดิม ทั้งนี้ ผู้มาสมัครสอบจะต้องไม่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐที่เข้าร่วมระบบคัดเลือกนักศึกษาของ สกอ.ยกเว้นได้ลาออกจากการศึกษา ก่อนวันยื่นใบสมัคร เนื่องจากกลุ่มสถาบันไม่สนับสนุนผู้ที่มีที่เรียนแล้วมาสมัครเข้ามหาวิทยาลัยใหม่
พร้อมกันนี้ ผู้ที่มาสมัครสอบจะต้องได้คะแนน O-NET ใน 5 กลุ่มสาระวิชา คือ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ต้องได้คะแนนรวมเท่ากับหรือมากกว่า ร้อยละ 60 และต้องเป็นคะแนน O-NET ครั้งแรกเท่านั้น รวมทั้งต้องได้คะแนน A-NET ในแต่สาระกลุ่มวิชาเท่ากับหรือมากกว่า ร้อยละ 30 ได้แก่ วิชาวิทยาศาสตร์ 2 คณิตศาสตร์ 2 ภาษาอังกฤษ 2 ภาษาไทย 2 และสังคมศึกษา 2 ในส่วนคะแนนที่จะใช้ในการคัดเลือกก็จะอิงเกณฑ์เดิม คือ ใช้ A-NET ร้อยละ 70 และคะแนนวิชาเฉพาะ ร้อยละ 30
สำหรับการเปิดรับสมัครได้ระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม โดยให้สมัครผ่านอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ของสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ ผู้สมัครจะมีสิทธิเลือกลำดับได้ไม่เกิน 3 ลำดับ เมื่อสมัครแล้วให้ชำระเงินค่าสมัคร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 4 กันยายน ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ ส่งใบสมัครและเอกสารได้ภายในวันที่ 4 กันยายน ส่วนการสอบวิชาเฉพาะจะมีขึ้นในวันที่ 11 พฤศจิกายน และประกาศผลวิชาเฉพาะประมาณเดือนธันวาคม 2550 และประกาศผลผู้มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจตรวจร่างกาย หลังประกาศผล O-NET A-NET ประมาณ 1 สัปดาห์ ประกาศผลขั้นสุดท้าย ภายในวันที่ 30 เมษายน 2551
“ถึงแม้ว่าทุกสถาบันจะมีสิทธิเลือกได้ 3 ลำดับ หากคณะใดรับคนได้ไม่ครบตามจำนวน จะเรียกอันดับสำรองที่ยังสอบไม่ติดคณะแพทย์อื่น ดังนั้น ควรจะเลือกคณะที่ตั้งใจจะไปเรียนจริงๆ เท่านั้น ไม่จำเป็นจะต้องเลือกให้ครบ 3 อันดับ เผื่อติดคณะที่เลือกจริง” ศ.พญ.บุญมี แนะนำวิธีการเลือก
ด้าน ศ.นพ.อาวุธ ให้เหตุผลในการยกเลิกเกณฑ์ G-PAX ว่า การกำหนดเกณฑ์ดังกล่าว เคยมีการฟ้องร้องศาลปกครอง และศาลปกครองแนะนำให้ยกเลิกเกณฑ์นี้ เพราะถือเป็นสิทธิมนุษยชนด้วย แต่ในความเป็นจริงเด็กที่เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 3 แทบ จะไม่มีโอกาสสอบติดแพทย์เลย จึงเชื่อว่าเมื่อยกเลิกเกณฑ์นี้แล้วจะมีนักเรียนสมัครเข้าแพทย์จำนวนมากขึ้น จากเดิมที่มีผู้สมัคร 18,000 รายทั่วประเทศกรุงเทพฯประมาณ 10,000 คน ต่างจังหวัด 8,000 คน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในปีนี้จะไม่มีการให้ผู้สมัครเลือกสนามสอบ ให้เลือกเฉพาะจังหวัดเท่านั้น ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลา พิษณุโลก จากนั้นทางสถาบันจะมาดูอีกครั้งว่ามีผู้สมัครจำนวนเท่าไหร่ จากนั้นจะหาสนามสอบที่เหมาะสมให้ โดยจะพยายามจัดสถานที่สอบในที่แห่งเดียวกัน
สำหรับกรุงเทพฯ ได้ติดต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียบร้อยแล้ว ซึ่งรองรับผู้มาสมัครสอบได้ถึง 15,000 คน คาดว่ารองรับนักเรียนที่มาสมัครได้ทั้งหมด
ใครที่อยากเป็นหมอผมยินดีต้อนรับสู่วิชาชีพด้วยใจจริงครับ โชคดีครับผม



อืมม สอบที่ราม เลยหรอ ไกล๊ไกล
อุ้ย มีแต่ขี้เลื่อยอ้ะ อายุก็คงจะเกินอีก -”-
สมัครไปเรียบร้อยแระ 715บาทจนเลย ว่าจะลองดูเผื่อฟลุ๊คเพิ่งสอบมิดเทอมไปหมาดๆตกมีนระนาว แต่ก็บ่ยั่น จะไปเป็นดาวโดดเด่นบนฝากฟ้า จะไปไขว่ขว้า เอา มา ด้วย ….. อิอิ เบื่อตัวเอง ความขี้เกียจไม่ปราณีใครจิงๆ มีความมั่นใจเต็ม100 แต่ความรู้ติดลบแว๊กกกกกกกกเครียด – -”
ปีหน้าก้อได้สมัครแย้ว เกณฑ์คงจะเหมือนเดิมช่ายป่ะค่ะ อยากให้ถึงเร็วๆ
ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะติดหรือป่าว แต่จะทำให้ดีที่สุด
พอยก็อยากเป็นหมอ จะได้ช่วยคนอื่น แต่เรียนอยู่ต่างจังหวัดอ่ะ
แล้ว…..มันก้ยากมากไช่ไหมคะที่จะสอบติด
คะแนน ร ด ช่วยไหม
ใบฝึกงานช่วยหรือป่าว
อยากรู้จักพี่ๆที่เป็นหมอ หรือ เรียนหมออ่ะค่ะ
โทร หรือ แอด มาได้ไหมคะ
inthenameofjesus_amen@hotmail.com
0802259224
พอย
hello?………ผมก็อยากเรียนหมอครับ…..
ผมตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ครับ…….ผม
ผมเรียนที่อุดรพิทยานุกูล อุดรธานีครับ.พี่น้อง
ผมตั้ใจอ่านหนังสืออยู้ครับ………………ผม
ใครอยากรู้ติดต่อได้ครับ……..doctor.555@hotmail.com.ครับ
หรือเบอร์โทร..081-5452128ครับ…ติดต่อมาได้ครับ
ใครอยากรู้อะไรโทรมาได้0815452128ครับหรือ the.star.9@hotmail.com
จะบอกทุกเรื่องที่อยากรู้ครับ………….รักและคิดถึงครับ…
ผมพึ่งรู้ตัวว่าอยากเป็นหมอมากมาย ตอนหลัง
ผมโอเน็ต(ปีแรก) ไม่ผ่านเกณฑ์ กสพท
นิวแทรคก้อทยอยกันปิด หนทางผมหมดแล้วเหรอ
ผมอยากเป็นหมอมาก ๆ ครับ
ตอนนี้เรียนอีก ไม่กี่ปีก้อจบ ป.ตรี(เรียนวิดยา) แล้ว อยากออกไปสอบไว ๆ จัง
แต่ไม่รู้จะมีหนทางมั๊ย อยากเป็นหมอชายแดน มากๆๆๆ นั่นแหละความฝัน
ผมพึ่งรู้ตัวว่าอยากเป็นหมอมากมาย ตอนหลัง
ผมโอเน็ต(ปีแรก) ไม่ผ่านเกณฑ์ กสพท
นิวแทรคก้อทยอยกันปิด หนทางผมหมดแล้วเหรอ
ผมอยากเป็นหมอมาก ๆ ครับ
ตอนนี้เรียนอีก ไม่กี่ปีก้อจบ ป.ตรี(เรียนวิดยา) แล้ว อยากออกไปสอบไว ๆ จัง
แต่ไม่รู้จะมีหนทางมั๊ย อยากเป็นหมอชายแดน มากๆๆๆ นั่นแหละความฝัน
นู๋ก้ออยากเป็นหมอเจ้าคร่า……………………..
ตอนนี้อยู่ม.5แล้วอีก1ปีเท่านั้น
อยากเข้าแพทย์ศาสตร์ม.ขอนแก่นค่ะ
นู๋จะพอมีหวังไหมคะ
กลัวจัง ถ้าสอบไม่ติด จะไงดีคะ
ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ
อยากเรียนหมอจังเลยคับทามยังงัยคับถึงจะได้เรียน
กลัวสอบไม่ติดจังเลยกลัวจัง
เนื่องด้วยทางรพ.ศิริราชครบรอบ120ปีเลยมีการจัดงานนิทรรศการขึ้นมากมายที่น่าสนใจ แต่ที่จะประชาสัมพันธ์จิงๆคือน้องๆคนไหนที่อยู่ในวัยเอน หรือมีความฝันใฝ่ หลงไหล คลั่งไคล้(เวอร์ไปนิด)หรือพ่อแม่บังคับก็ตาม ที่จะก้าวเข้าสู่คณะแพทย์ อยากให้ลองมางานนี้อะคะ เพราะงานนี้จะมีการจัดแสดงของภาควิชาต่างๆที่สำคัญมาไว้ในงานน้องๆจะได้รู้ว่าพี่ๆที่นี้เขาเรียนกันอย่างไร(เฮอะๆ) มีการจัดแสดงการผ่าอาจารย์ใหญ่(จะได้วัดใจกันไปเลยว่ากลัวหรือไม่กลัว)นอกจากนี้ยังมีการจัดทัวร์เยี่ยมชมสถานที่ต่างๆภายในศิริราชอาทิเช่น ศูนย์ภาพวินิจฉัย ศุนย์เนื้อเยี่อ ห้องผ่าตัด(ห้องนี้ไม่แน่ใจเพราะเข้ายากกกมาก)เป็นต้น คือเหนว่ามีประโยชน์จิงๆอะคะเลยอยากมาบอก(เวปนี้พอมีคนอยู่วัยนี้กันรึเปล่าคะ) ถ้าเลยวัยแล้ว555(ตัวเองก็เลย)ก็สามารถมาดูการจัดนิรรศการอื่นๆได้คะเพราะจะได้เหนในสิ่งที่คนทั่วไปหรือแม้แต่คนในศิริราชเองยังไม่เคยเหนก็มาจัดแสดงไว้ในงานนี้ด้วยคะ งานนี้มีตั้งแต่วันที่26กยแต่ถ้างานนิทรรศการภาควิชาเริ่มวันที่30กยคะถึงวันที่3ตคเลย อยากให้ลองมาดูนะคะจะได้รู้ว่ารพศิริราชนอกจากความเก่าที่เปนอันดับหนึ่งแล้วเรามีอะไรดีๆบ้าง
สงสัยโทร024196490หรือwww.si.mahidol.ac.thคะ
ขออนุญาตเจ้าของบล็อกครับ ขอแนะนำหนังสือ
“เกิดมาเพื่อเป็นหมอ”
(born to be)
หนังสือเล่มนี้คงจะพอเป็นไกด์ให้ทุกคนได้เห็นชีวิตของนักเรียนแพทย์ได้อย่างชัดเจนว่า กว่าจะเป็นหมอได้นั้น
จะต้องเรียนอะไรบ้าง มีอุปสรรคน้อยใหญ่ขนาดไหนที่จะต้องเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อม
จะกินยายังต้อง (((เขย่าขวด))) จะเป็นหมอทั้งทีก็ต้อง (((เขย่าสมอง เขย่าความคิด))) กันก่อน
รายละเอียดขอเชิญมาที่บอร์ดนะครับ
http://www.bynatureonline.com/forums/viewtopic.php?f=4&t=402&p=731#p731
หนูอยากเรียนหมอมากเลยค่ะ
แต่หนูไม่รู้ว่าเรียนมากไหมค่ะ
ถึงจะยากยังไงหนูก็จะเรียน
เราก็อยากเป็นหมอเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าปีหน้าเกณฑ์จะยังเหมือนเดิมหรือเปล่า
ตอนนี้เราเรียน เทคนิคการแพทย์ อยู่
จะจบแล้ว ขอให้ปีหน้าเกณฑ์ยังเหมือนเดิมเถอะ สาธู๊
หนูอายุ 15ค่ะแต่อยากเรียนหมอค่ะอยากทราบว่าถ้าเรียนหมอต้องเรียนสายวิทย์ แล้วจบม.6 ไปสอบไหนค่ะ มีทุกมหาลัยรึเปล่า
ไม่รู้จะผิดกาละเทศะไหม ขอมาแนะนำหนังสือสำหรับคนที่อยากเป็นหมอ
born to be เกิดมาเพื่อเป็นหมอ
แสดงให้เห็นการใช้ชีวิตของนักศึกษาแพทยตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีสุดท้าย
แนะแนวการเรียนการสอนในแต่ละชั้นปี
โตขึ้นหนูอยากเป็นหมอ
“หมอ” เป็นความฝันของเด็กหลายๆ คน พ่อแม่ก็เช่นกัน
“หมอ” เป็นอาชีพที่เกิดจากความเข้าใจผิดที่ว่า เรียนเก่งต้องเป็นหมอ
“หมอ” เป็นอาชีพที่มีเกียรติและเป็นที่เคารพยกย่องของคนในทางสังคม
“หมอ” เป็นอาชีพที่หลายคนคิดว่า มันจะสร้างรายได้ที่ดีและมั่นคงร่ำรวย
“หมอ” เป็นอาชีพที่น่าจะสบายที่สุด เพราะตรวจคนไข้แป๊บเดียวก็ได้เงิน
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหนก็ตามที่ทำให้คุณเลือกเรียนหมอ แต่…
เมื่อได้เรียนหมอแล้วถึงได้รู้ว่า ความฝันกับความจริง มันคนละเรื่อง
เมื่อได้เรียนหมอแล้วถึงได้รู้ว่า การเรียนเก่งอย่างเดียวมันไม่พอ
เมื่อได้เป็นหมอแล้วถึงได้รู้ว่า เกียรติและความภูมิใจต้องแลกมาด้วยความเสียสละขนาดไหน
เมื่อได้เป็นหมอแล้วถึงได้รู้ว่า รายได้ที่ดีต้องแลกมาด้วยเวลาการทำงานที่ยาวนาน
เมื่อได้เป็นหมอแล้วถึงได้รู้ว่า คำว่าสบายมันไม่มีอยู่ในหัว
หนังสือเล่มนี้คงจะพอเป็นไกด์ให้ทุกคนได้เห็นชีวิตของนักเรียนแพทย์ได้อย่างชัดเจนว่า กว่าจะเป็นหมอได้นั้น
จะต้องเรียนอะไรบ้าง มีอุปสรรคน้อยใหญ่ขนาดไหนที่จะต้องเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อม
จะกินยายังต้อง (((เขย่าขวด))) จะเป็นหมอทั้งทีก็ต้อง (((เขย่าสมอง เขย่าความคิด))) กันก่อน
born to be 2 เมื่อผมเป็นหมอ
เป็นเรื่องราวต่อจากเล่มแรก เมื่อหมอต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง
ได้สัมผัสกับชีวิตการทำงานจริงๆ เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
ใคร? ที่กำลังจะได้เป็นหมอ
ใคร? ที่ต้องทำงานร่วมกับหมอ
ใคร? ที่คิดอยากเปิดคลินิก
ใคร? ที่คิดจะเรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง
ใคร? ที่คิดจะเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์
ต้องอ่าน!!!
หมอมือใหม่ มีอะไรที่ต้องเรียนรู้มากมายที่ตำราไม่ได้สอน…
หมอ กับภารกิจใหม่ที่ต้องรับผิดชอบ
หมอ กับเพื่อนร่วมงานมากมายในโรงพยาบาล
หมอ กับการทำงานภายใต้การควบคุมของตัวเอง
หมอ กับชีวิตที่ต้องชินกับคำว่า “เร่งรีบและฉุกเฉิน”
หมอ กับสัจธรรม “เกิด แก่ เจ็บ ตาย”
การเรียนหมอที่ว่ายากแล้ว การทำงานในฐานะหมอกลับยากยิ่งกว่า