เมื่อเสาร์ที่ผ่านมาผมไปเมืองกาญจน์มาครับ ไปรับเพื่อนเข้ากรุงเทพหลังจากที่ไปใช้ทุนมาครบ 3 ปี ตอนนี้กลับลังจะกลับมาเรียนหมอเด็กที่รามา เพื่อนผมอยู๋โรงพยาบาล 30 เตียงครับ อยู่ไทรโยค ก็ถือว่าไกลจากตัวเมืองพอสมควร
สมบัติของเพื่อนผมเยอะมาก ๆ ครับ นี่แค่ปีเดียวที่ไปอยู่นะครับ สำหรับบ้านพักผมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว บรรยากาศก็ดีนะครับ เสียว่าร้อนไปหน่อย นี่ถ้าผมไปอยู่ต้องกลายเป็นหมูแดดเดียวแน่ ๆ เลย
แต่ที่อยากเล่าคือเพื่อนคนอื่นที่ไปด้วย (สายงานอื่นที่ไม่ใช่หมอ) เปรย ๆ ขึ้นมาว่า เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าบ้านพักของหมอเป็นอย่างนี้ ดู ๆ แล้ว เขารู้สึกว่าคุณภาพชีวิตหมอน่าจะดีกว่านี้เสียอีก เรื่องนี้ยืนยันได้นะครับ ใครที่อ่านมาถึงบรรทัดนี้ผมอยากจะบอกว่าโดยส่วนตัวแล้วผมไม่คิดว่าการเรียนหมอง่ายเลย ถึงผมจะรักจะชอบก็เหอะ ขนาดผมชอบผมยังรู้สึกว่าลำบากเลย ใครก็ตามมีลูกมีหลานอย่าให้เขาเรียนหมอเลยครับถ้าเขาไม่ชอบ ให้เขาทำในสิ่งที่ชอบดีกว่า ผมเห็นตัวอย่างมาเยอะแล้ว J
ประวัติเอกสารสำหรับ เมษายน, 2007
กาญจนบุรี (Intern)
Posted in Life, Work on เมษายนUTCbSun, 29 Apr 2007 15:48:45 +0000000000Sun, 29 Apr 2007 15:48:45 +0000pmSun, 29 Apr 2007 15:48:45 +00000727,2007 | 1 ความคิดเห็น »
พ่อสื่อ (Stupid cupid)
Posted in Life on เมษายนUTCbSun, 29 Apr 2007 15:46:29 +0000000000Sun, 29 Apr 2007 15:46:29 +0000pmSun, 29 Apr 2007 15:46:29 +00000727,2007 | 2 Comments »
ไม่นานมานี้ผมริทำตัวเป็นพ่อสื่อครับ ผมแนะนำเพื่อนให้รู้จักกันคู่หนึ่งด้วยความที่เห็นว่าทั้งคู่เป็นคนดี การรู้จักกันไม่น่าจะเสียหายอะไร ปรากฏว่าแป๊กครับ ด้วยความที่สงสัยอาจจะคุยไม่ค่อยถูกคอกันป่านนี้ทั้งสองคงเลิกคุยกันแล้วมั้งครับ แต่ผมก็บอกไปแล้วล่ะ ว่าแนะนำให้รู้จักลอง ๆ คุยเป็นเพื่อนกันไปก่อน ลองดูนิสัยของแต่ละคน ว่ากันตามจริงคู่นี้ผมว่าสำเร็จแค่ 10 % เอง แต่อย่างที่ผมบอก รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหาย…จริงมั้ยครับ?
คาดหวัง (Fallen down)
Posted in Life on เมษายนUTCbSun, 29 Apr 2007 15:35:17 +0000000000Sun, 29 Apr 2007 15:35:17 +0000pmSun, 29 Apr 2007 15:35:17 +00000727,2007 | 2 Comments »
เรื่องนี้ผมเคยเขียนมาแล้วหนึ่งครั้งครับ เขียนตอนเวลาที่ผิดหวัง ตอนนั้นเขียนไปด้วยอารมณ์ครับ อ่านแล้วมันทะแม่ง ๆ เขียนเสร็จก็เลยลบทิ้ง วันนี้ว่าง ๆ คิดถึงเรื่องเก่า ๆ เลยปัดฝุ่นเอามานั่งเขียนอีกครั้ง
คุณเคยคาดหวังมั้ยครับ หรือถามอีกอย่างหนึ่ง คุณสมหวังกับสิ่งที่คุณคาดหวังไว้บ่อยแค่ไหนครับ ความหวังหรือ การคาดหวังนี่มีสองแง่นะครับ แง่ที่ให้กำลังใจ คิดหรือมีแล้ว เรามีความสุข ในอีกแง่หนึ่ง มันเป็นตัวทำให้เราเจ็บช้ำได้เยอะมากเหมือนกันถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดหรือคาดหวัง เคยอ่านการ์ตูนอยู่เรื่องหนึ่ง ตัวละครสองตัวที่มีทัศนคติต่างกันพูดถุงการคาดหวังไว้สองแง่ตามนี้ครับ ประโยคแรกคือ “การคาดหวังคือโรคสุดท้ายที่มนุษย์เป็นและมักจะตายไปพร้อมกับมัน” ส่วนอีกประโยคหนึ่งคือ “การคาดหวังเป็นยาที่ดีที่สุดของมนุษย์” คุณเชื่อตามประโยคไหนครับ
ที่ผมเขียนเรื่องนี้เพราะเมื่อไม่นานมานี้ พึ่งจะมีการประกาศผลสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ของม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นโครงการพิเศษแบบที่ผมเรียนอยู่นั่นคือต้องจบป.ตรีมาก่อนหนึ่งใบแล้วจึงมาเรียน มีคนที่รู้จักสอบหลายคนครับ มีน้องที่ร็จักคนหนึ่งคุยด้วยหลายครั้งน้องเขาเรียนป.โทอยู่ วันประกาศผลเขาส่ง SMS มาว่าผมออกมาตามคาด แต่ผิดไหมที่จะร้องไห้ วันนั้นหรือวันต่อมาผมไม่ได้โทรไปคุยกับน้องคนนั้นเลยครับ เพราะรู้สึกว่า ไม่ว่าเราจะเจ็บหนักแค่ไหน เวลามันจะช่วยเชียวยาเราเอง ขึ้นอยู่กับคนว่าจะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น
มีหลายคนเคยปรึกษาเรื่องหัวใจว่าคาดหวังว่าจะต้องเป็นอย่างโน้น อย่างนี้สุดท้ายก็ผิดหวังและเสียใจ ของอย่างนี้มันห้ามกันไม่ได้หรอกครับ เมื่อเรามีคนพิเศษ และคิดว่าเราเป็นคนพิเศษ [...]
เรื่องของหัวใจ(Heart)
Posted in Life on เมษายนUTCbSun, 29 Apr 2007 15:31:35 +0000000000Sun, 29 Apr 2007 15:31:35 +0000pmSun, 29 Apr 2007 15:31:35 +00000727,2007 | 2 Comments »
ผมได้หนังสือ “เรื่องไหนก็ไม่ใหญ่เท่าหัวใจ”ของพี่อ้อย DJนภาพรจากงานสัปดาห์หนังสือ (โห!! นานมาแล้ว) มาเล่มหนึ่งครับ ผมชอบวิธีการเขียนของดีเจคนนี้มาก คือเธอเขียนเรื่องในสิ่งที่พวกเรารู้อยู่แล้ว เพียงแต่วินาทีที่เราเจอปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ เราก็คิดไม่ได้ คิดไม่ออก และ คิดไม่ถึง หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือแนวผู้หญิงจ๋าหรอกครับ เป็นหนังสือที่ให้กำลังใจเวลาที่เราท้อ เวลาที่เราเหนื่อย เวลาที่อะไรต่อมิอะไรไม่ได้เป็นแบบที่ใจเราคิดหรือหวังไว้ จะว่าไปมันเหมือนทำนอง ฝุ่นเข้าตานะครับ เรื่องแบบนี้มักแก้เองไม่ค่อยได้ หัวใจนอกจากเป็นอวัยวะที่สำคัญแล้ว หลายต่อหลายครั้งเราก็รู้สึกท้อเพราะเรื่องหัวใจ หลายต่อหลายครั้งที่เราไม่เข้าใจตัวเอง แล้วอย่างนี้คุณจะคาดหวังอะไรกับใจคนอื่นอีกล่ะครับ การที่คนสองคนจะคบกัน ทำความรู้จักกัน มันต้องอาศัยคนสองคนนั้นนะครับ ไม่ว่าอดีตผม หรือใครหลายคนจะรู้สึกผิดหวัง ท้อแท้ กับเรื่องความรักซักเท่าไหร่ ทุก ๆ วันนี้เวลากำลังผ่านไป เก็บเรื่องเก่า ๆ เอาไว้เป็นอุทาหรณ์ดีกว่าครับ …….ย่อหน้าสุดท้ายเขียนไว้สำหรับตัวเองจริง ๆ ครับ
ใช้งานได้(I’m here.)
Posted in ระบาย on เมษายนUTCbSun, 29 Apr 2007 15:28:44 +0000000000Sun, 29 Apr 2007 15:28:44 +0000pmSun, 29 Apr 2007 15:28:44 +00000727,2007 | 1 ความคิดเห็น »
ตอนนี้ Net ที่โรงพยาบาลผมกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมแล้วครับ หายไปนานมาก entry ล่าสุดเรื่องยาพิษ ผมขอบคุณทุก comment นะครับ รวมทั้งคุณ นสพ.รักคุด ตุ๊ดเมินที่ช่วยตอบคำถามด้วยนะครับ
หลายคนอาจสงสัยนะครับว่าทำไมเวลาผมหายไป แล้วกลับมาแต่ละทีผมมาPost ซะหลาย entry เลย คือเวลาที่ผมใช้ Net ไม่ได้ผมก็จะพิมพ์ใน word แทนครับ แล้วค่อยเอามาลงทีหลัง ขอบคุณสำหรับเวลาของทุกคนที่สละเวลามาอ่าน Blog ของผมด้วยนะครับ
net เจ๊ง!
Posted in ระบาย on เมษายนUTCbTue, 17 Apr 2007 17:22:39 +0000000000Tue, 17 Apr 2007 17:22:39 +0000pmTue, 17 Apr 2007 17:22:39 +00000727,2007 | Leave a Comment »
ตอนนี้เน็ตที่โรงพยาบาลใช้ไม่ได้ เห็นเขากำลังปรับปรุงอยู่ จะครบเดือนแล้ว คงต้องหายไปสักพักนึง ถ้าเน็ตใช้ได้แล้วจะกลับมาใหม่
ป.ล. โพสต์นี้ฝากเพื่อนพิมพ์ครับ
ยาพิษ
Posted in Uncategorized on เมษายนUTCbSat, 07 Apr 2007 13:27:34 +0000000000Sat, 07 Apr 2007 13:27:34 +0000pmSat, 07 Apr 2007 13:27:34 +00000727,2007 | 9 Comments »
คริสต์ศตวรรษที่ 16 Paracelsus แพทย์ชาวสวิสกล่าวไว้ว่า “What is not poisonous? Everything is poisonous. Only the dose makes a thing not poisonous.”แปลความหมายตรงตัวครับ ทุกอย่างเป็นยาพิษ
วันเรียนผมเรียนนิติเวชศาสตร์อีกแล้วครับ คราวนี้ว่าด้วยเรื่องของสารพิษต่าง ๆ ผลของมัน วิธีการตรวจวิเคราะห์และอื่น ๆ มากมาย อาจารย์พิเศษท่านมาสอนครับ แล้วก็พูดถึงนายแพทย์ท่านนี้ไว้ เป็นหลักการเดียวกันทั่วโลกครับ ถ้าหลายคนยังจำเรื่อง แดจังกึมได้มีอยู่ตอนหนึ่งที่ตัวเอกถูกทดสอบแล้วคำถามคือให้เลือกสิ่งที่ไม่มีพิษจากสิ่งของตรงหน้า คำตอบคือไม่มีเลยครับ เพราะแม้กระทั่งน้ำบริสุทธิ์ก็ยังทำให้เกิดโทษได้ สงสัยกันมั้ยครับน้ำบริสุทธิ์ทำให้เกิดโทษได้อย่างไร ลองอ่านตัวอย่างนี้ดูนะครับ
ตัวอย่างนี้อาจารย์ท่านเดิมเป็นคนเล่าให้ฟังอีกเหมือนกัน เมื่อไม่นานนี้มีรายการเกมโชว์ที่ต่างประเทศรายการหนึ่งให้ผู้ชมทางบ้านส่งจดหมายไปเข้าร่วมแข่งขัน รายละเอียดที่แน่ชัดผมไม่ทราบหรอกครับ ทราบแต่ว่ามีวันหนึ่งเป็นการแข่งขันดื่มนำอึด โดยมีของรางวัลเป็นPlay station 3 ผู้เข้าแข่งขันก็มีแม่บ้านท่านหนึ่ง กับผู้ชายคนหนึ่ง (ว่ากันตาม size แล้วผู้ชายตัวโตกว่าเยอะครับ) สำหรับกฎคือแข่งกันดื่มน้ำโดยห้ามขับถ่าย
การแข่งขันดำเนินไปเรื่อย ๆ ครับ ฝ่ายแม่บ้านเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่มาก จนกระทั่งผู้ชายดื่มจนถึง [...]
บริจาคเลือด
Posted in Life, Work on เมษายนUTCbSat, 07 Apr 2007 09:48:20 +0000000000Sat, 07 Apr 2007 09:48:20 +0000amSat, 07 Apr 2007 09:48:20 +00000727,2007 | 11 Comments »
เมื่ออาทิตย์ก่อนผมได้บริจาคเลือดครับ ก็เป็นครั้งที่ 7 แล้ว ด้วยความที่ไม่ค่อยมีเวลา+นอนน้อย(ข้ออ้าง)ครับ ก็เลยไม่ค่อยได้บริจาคเท่าไหร่ ได้อ่านประสบการณ์บริจาคเลือดของคุณGooogolfแล้ว ก็สนุกดีครับ ได้ถ่ายรูปด้วย ถ้าอย่างนั้นผมจะไม่เล่าประสบการณ์หรอกนะครับ
หลายคนทราบเพียงแต่เขาเอาเลือดออกไปจากตัวเราเท่านั้น แต่ไม่ทราบรายละเอียด ลองอ่านกันดูก็แล้วกันนะครับ สมมติว่าคุณผ่านคุณสมบัติที่จะสามารถบริจาคได้แล้ว เขาก็จะเจาะเลือดคุณไปประมาณ 400-450 cc. (ในคนที่สุขภาพปรกติเสียเลือดเท่านี้ยังไม่แสดงอาการอะไรครับ) เขาจะเก็บเลือดของคุณในถุงพิเศษ ซึ่งถุงดังกล่าวมันจะมีสารกันเลือดแข็งตัวอยู่ ซึ่งคุณจะเห็นว่าเวลาบริจาคมันกลิ้งไปมา เพื่อผสมเลือดเราให้เข้ากับน้ำยานั่นเองครับ หลังเก็บเลือดครบลงถุง เขาก็จะเก็บเลือดคุณใส่หลอดเลือดประมาณ 3-4 หลอด เลือดที่เขาเก็บใส่หลอดเลือดนี่แหละครับ เขาจะเอาไปตรวจการติดเชื้อเช่น เอดส์ ตับอักเสบ กามโรค ซึ่งจะเป็นเชื้อที่พบได้บ่อยและติดต่อการทางเลือด
ถ้าเลือดของคุณผ่านแล้ว นั่นคือไม่มีการติดเชื้อใด ๆ เขาจะเอาเลือดทั้งหมดของคุณ 450 cc(เราเรียกว่า Whole blood หรือ เลือดครบส่วนครับ) ไปปั่นแยกครับ ก่อนอื่นคงต้องบอกส่วนประกอบของเลือดก่อน เลือดของคนที่เราเห็นนี้มันจะมีส่วนประกอบต่าง ๆ ครับ อย่างแรกเลยคือเม็ดเลือดแดง หน้าที่ก็คงทราบอยู่ว่านำออกซิเจนเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ต่อมาคือเม็ดเลือดขาว ตามมาด้วยเกร็ดเลือด(platelet) แล้วก็น้ำเหลือง(plasma)ครับ ที่ว่ามาเป็นองค์ประกอบหลักนะครับ [...]


