หายไปจะสองปีเลยนะครับ ตอนนี้ผมเป็นหมอมาจะครบปีแล้วก็เลยมีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังครับ
ตอนนี้ผมถูกส่งมาเป็นแพทย์ใช้ทุนที่จังหวัดสระแก้วครับ อยู่ในอำเภอวัฒนานคร เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 60 เตียง ถึงโรงพยาบาลจะเล็ก แต่คนไข้ไม่น้อยเลยครับ ผมจะประจำการอยู่ที่นี่สามเดือนแล้วก็จะย้ายกลับฉะเชิงเทรา หลังจากนั้นก็จะกลายเป็นแพทย์ใช้ทุนปีที่สองแล้วครับ เดี๋ยวพฤษภาคมนี้ก็จะมีน้องจบใหม่ ๆ มากันเยอะแยะแล้ว
มีท่านผู้อ่านหลายท่านที่มีครอบครัวและมีลูกเล็ก ๆ บ้างไหมครับ ผมว่าน่าจะมีพอสมควร พวกเราในฐานะ แพทย์ใช้ทุนที่ต้องตรวจทุกสาขา ทุกโรค มีหลายคนที่ไม่ชอบในการตรวจรักษาเด็ก เคยมีหลายคนมาบ่นให้ฟังว่าเด็กน่ารัก แต่การรักษาเด็ก ยากกว่านั้นครับ เราในฐานะ “แพทย์” จะต้องทำการรักษาพ่อและแม่หรือครอบครัวของเด็กด้วย สิ่งที่ยากคือตรงนี้แหล่ะครับ
สมัยที่เป็นนักเรียนแพทย์เราได้รับการสั่งสอนว่า เราต้องใส่ใจคนไข้และต้องใส่ใจญาติด้วย จึงจะเป็นหมอที่ดีด้วย ถ้ายังจำได้ผมเคยเขียน ภาวะชักจากไข้สูง ผมยังจำได้ว่าแม่เด็กเป็นห่วงเด็กมากเท่าใด ตกใจในอาการของลูกมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ผมกำลังเขียนให้ทุกท่านอ่านมันมากกว่านั้นครับ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เลย พ่อแม่คู่หนึ่งเป็นคนกัมพูชา อุ้มเด็กอายุ หนึ่งขวบ สามเดือนมาห้องฉุกเฉินในบ่ายวันอาทิตย์ พ่อพอจะเข้าใจภาษาไทย แต่แม่ไม่เข้าใจเลยทั้งฟังและพูด พ่อบอกว่าเด็กมีไข้ห้าวัน ไอ มีน้ำมูก ก่อนมาไปเอายาลดไข้ที่อนามัยมารับประทานแล้วแต่ไม่ดีขึ้น เด็กที่อุ้มมาตาลอยเลยครับ ไม่ส่งเสียง พ่อเด็กบอกว่าเป็นเมื่อเช้า ซึมลง ไม่กินนม พ่อแม่เด็กรู้สึกตกใจเลยพามาโรงพยาบาล (ก่อนหน้านี้ไม่มาเพราะมีปัญหาเรื่องค่ารักษาครับ)
ผมตรวจเด็กปรากฏว่าความดันตก ครับ เด็กซึม ตาลอย เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ผมรีบบอกพ่อว่าเด็กอาการ “ค่อนข้างหนัก” ถึงแม่เด็กฟังภาษาไทยไม่ออกแต่คงรู้ด้วยสัญชาติญาณของความเป็นแม่ แม่ของเด็กร้องไห้โฮออกมา พร้อมยกมือไหว้ผมพูดภาษาของชาติเขา ถึงผมจะฟังไม่ออก แต่ผมก็คิดได้ว่าแม่ต้องการสื่ออะไรกับผม วินาทีนั้นผมคิดถึงแม่ของเด็กที่ชัก คิดถึงหน้าแม่ของตัวเอง ผมเข้าใจเลยว่า คนเป็นแม่รู้สึกอย่างไร ขณะนั้นผมคิดในใจว่าอย่างไรก็ต้องช่วยเด็กคนนี้
ขณะที่คุณพยาบาลกำลังแทงน้ำเกลือเข้าเส้นเลือด ปรากฏว่าเด็กอาเจียนออกมาเป็นเลือดสีดำ ผมบอกกับตัวเองว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ๆ เด็กอายุแค่นี้แต่มีเลือดออกในกระเพาะ ผมรีบสั่งฉีดวิตามินเค กับยาลดกรดทางเส้นเลือด แต่ปัญหาคือถึงแม้คุณพยาบาลจะใช้เวลานานแต่ยังเปิดเส้นไม่ได้เลย ผมจึงตัดสินใจจะแทงเข็มเข้ากระดูกแล้วให้น้ำเกลือเข้าทางเส้นเลือดของกระดูก(intraosseous fluid)
ผมกลัวในช่วงเวลานั้น ผมไม่เคยเห็นของจริงเลย เคยอ่านในตำราแค่ครั้งเดียว เพราะมันค่อนข้างยากและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่วินาทีนั้นผมต้องเสี่ยง ผมใช้เวลาในการแทงกระดูกประมาณสามนาที หลังจากทำเสร็จ ผมรู้สึกคุ้มค่าที่ทำ ผมสามารถให้น้ำเกลือ ได้ แต่ปัญหาคือโรคที่เด็กเป็นเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด น้ำตาลในเลือดของเด็กต่ำมาก ผมจึงต้องรีบให้น้ำตาลทางเส้นเลือด และเด็กหายใจช้าลง จึงต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก
หลังจากการรักษาอย่างเร่งด่วน เด็กพ้นภาวะวิกฤตแต่ยังไม่สามารถนอนใจได้ ผมได้ส่งไปรักษาต่อในโรงพยาบาลสระแก้ว แม่ของเด็กเริ่มคุมอารมณ์ได้ ก่อนนำส่งสระแก้วได้หันมาเหมือนพูดขอบคุณผม ผมได้แต่พึมพำเบา ๆ ว่าไม่เป็นไรครับ
เด็กอาการยังน่าเป็นห่วง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกดีคือ ผมขอบคุณไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ผมเจอกับคนไข้รายนี้ ประสบการณ์ในวันนี้สอนให้ผม เข้าถึงความเป็นมนุษย์ สอนให้ผมเข้าใจจิตใจของคนที่เป็นพ่อและแม่ แม้ว่าจะต่างชาติ ต่างภาษา ไม่ว่าชาติใดก็ตาม สิ่งที่เหมือนกันก็ ถ้าคนที่เรารักเป็นอะไรขึ้นมา เราจะเป็นห่วงมาก วิตกกังวล นอกจากนี้ยังเตือนให้ผม รักและบอกความรู้สึกดี ๆ ให้กับคนที่เรารักไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือคนรัก ได้รับรู้ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป
ล่าสุดเด็กอาการดีแล้วนะครับ :)


