Feed on
รายการ
ความคิดเห็น

นานเหลือเกิน (Too long)

นานเหลือเกินที่ผมไม่ได้เข้ามา up เกือบสี่หรือห้าเดือนได้ แม้กระทั่งหน้า web ที่เป็นของwordpress ก็เปลี่ยนไปผมหายตัวไปกับการเป็น นิสิตแพทย์เวชปฏิบัตินั่นก็คือนิสิตแพทย์ชั้นปี่ที่6 นั่นเองครับ แล้วก็มีอีกชื่อว่า extern นะครับ เป็นปีที่คนเรียนหมอ เล่าลือกันว่าเป็นปีที่หนักและโหดที่สุดของการเรียนหมอ ผมอยากบอกว่าผมรอที่จะเรียนปีสุดท้ายมานานแล้ว เพราะว่าอยากจะทำงานเต็มที่แล้ว ผมเข้าใจว่าอาชีพแพทย์เป็นอาชีพที่ไม่มีวันเรียนได้จบสิ้น เพียงแต่ระยะเวลา6ปีเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น แต่ผมก็อยากที่จะจบไว ๆ

ตอนนี้ผมปฏิบัติงานในสาขาศัลยกรรม คงต้องบอกความจริงว่าเหนื่อยมากมาย โดยเฉพาะวันไหนที่อยู่เวร หลายๆท่านคงไม่ทราบระบบการอยู่เวรของ extern นั่นคือสมมติว่าวันอังคารคุณอยู่เวร เช้าวันอังคารคุณต้องทำงานที่หอผู้ป่วย หรืออกตรวจที่ห้องตรวจโรคหรืออาจต้องเข้าช่วยผ่าตัด พอสี่โมงเย็นตรงคุณต้องไปอยู่เวรที่ห้องฉุกเฉินคอยดูแลคนไข้ที่มาด้วยเรื่องอุบัติเหตุ มีแผล ตีรีนฟันแทง แม้กระทั่งไฟดูด นำ้ร้อนลวก คุณต้องทำงานที่ห้องฉุกเฉินถึงเจ็ดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น แล้วอย่าคิดว่าจะได้พักนะครับ หลังเจ็ดโมงคุณต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายต่ออย่างที่บอกเช่น OPD หรือ ER หรือ WARD จนถึงสี่โมงเย็น นั่นหมายความว่าคุณต้องทนได้36 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดจะดีหน่อยเพราะแค่ 24ชั่วโมงเท่านั้น

ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้คุณฟังอีกหลายเรื่อง ผมจะหาเวลาว่างมานั่งพิมพ์ใหม่นะครับ

ข้อสอบวิชาEvidence Based Medicine

     วันนี้ผมเพิ่งจะสอบวิชา EBM เสร็จครับ 2หน่วย ที่สอบไำปคือเก็บ 50 % มันเป็นวิชาที่หิน พอสมควรเลยครับ เนื้อหารายวิชานี้เกี่ยวกับการสืบค้นข้อมูล รูปแบบการทำวิจัย การวิเคราะห์บทความ ทางการแพทย์ ระบาดวิทยา การคำนวณเกี่ยวกับโรค การสร้างCPG-Clinical Practice Guideline (คู่มือแนวทางเวชปฏิบัติ) นั่นยังไม่เท่าไหร่ครับ แต่ผมต้องมานั่งคิดเกี่ยวกับ เรื่องเศรษฐศาสตร์เช่น จุดคุ้มทุน การวิเคราะห์ต้นทุนแบบต่าง ๆ ฯลฯ เยอะแยะมากมาย

ข้อสอบมีเพียง 50 ข้อ ให้เวลาทำ 90 นาที รีบจำ้อ้าวทำข้อสอบกันหน้าตั้งเลยครับ ทำไปบางข้อก็เจ็บใจตัวเองว่า ทำไม(กรู)จำไม่ได้ว่ะ ดีที่ผมเตรียมใจกับวิชานี้มาบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นเกิดโรคซึมเศร้าหลังทำข้อสอบแน่ ๆ ….เฮ้อ!

เมื่อผมเจอผู้ป่วยhyperventilation syndrome

หายไปนานเลยครับ สำหรับblog ของตัวเอง ผมไปเรียนเวชศาสตร์ชุมชนที่ รพ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยามาเดือนครึ่งครับ ถ้าใครเคยดูภาพยนตร์เรื่อง หมอเจ็บ ก็คงจะเคยเห็น ตอนที่บรรดานักศึกษาแพทย์ออกไปเต้นท่าฉี่หนูกันที่ตลาดนะครับ ส่วนของผมไม่ต้องออกไป เต้นท่านั้นหรอกครับ แต่การเรียนจะมุ่งเน้นถึงวิถีชาวบ้าน ให้ประสบการณ์ตรง เรียนรู้ เข้าใจ ถึงบรรยากาศและการทำงานในโรงพยาบาลชุมชนก็สนุกดีครับ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เยอะมาก และได้ประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ ยังไงผมก็ขอขอบพระคุณบุคลากรทุกท่านตั้งแต่ผอ. จนไปถึงพี่คนขับรถตู้ที่อำนวยความสะดวกให้นะครับ หลังจากกลับจากวังน้อย ชีวิตผมก็เข้าสู่การเรียน ในแผนกจิตเวชครับ ตอนนี้ต้องเรียนรู้ ดูแลผู้ป่วยในแผนกนี้ครับ มีเรื่องสนุกหลาย ๆ อย่างวันหลังว่าง ๆ ผมจะเล่าให้ฟัง

เมื่อเช้านี้ตอนเจ็ดโมงเช้าผมนัดกับเพื่อนที่หอผู้ป่วย เพื่อที่จะไปดูผู้ป่วยใน ความดูแล หลังผ่าตัด หนึ่งรายที่เกิดอาการเห็นภาพหลอน แต่นั่นจะไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเล่าในวันนี้ครับ พอเลยเวลานัด เพื่อนผมยังไม่มา ผมจึงตัดสินใจว่าจะไปพบผู้ป่วยเพียงคนเดียว ระหว่างที่ผมกำลังเดินเข้าห้อง ผมเห็นพี่พยาบาลสถาบันอื่น (โรงพยาบาลผมเป็นสถานที่ฝึกอบรม บุคลากรหลายสถาบันครับ) ซึ่งผมเดาเอาว่าน่าจะเป็นพี่ที่มาคุมน้อง ๆ ของสถาบันนั้นครับ เห็นพี่เขานั่งดมยาดมอยู่ แต่ผมก็ไม่คิดอะไรมาก ก็เดินเข้าห้องไปพบผู้ป่วย ตอนผมเข้าไปในห้องผมพูดขึ้นว่า สวัสดีครับคุณป้า หมอชื่อ…..เป็นนักเรียนแพทย์ชั้นปีที่ 5 นะครับ แค่จบประโยคนี้แหละครับ น้อง ๆ พยาบาลวิ่งเข้ามาหาผมและส่งเสียงว่า หมอ!! ช่วยด้วยค่ะ หมอ!!

ในวินาทีนั้นผมรีบวางสมุดไว้ที่เตียงผู้ป่วย ตอนที่วิ่งออกจากห้อง ผมก็คิดว่า เกิดอะไรขึ้นและเดาว่าคุณพี่พยาบาลต้องเป็นลมแน่เลย ผมเข้าไปหาพี่ท่านนั้น (ตอนนั้นไม่มีแพทย์เฉพาะทางท่านไหนอยู่เลยครับ) ผมเข้าไปน้องพยาบาลก็ส่งเสียงว่า ไม่รู้เป็นอะไรคะหมอ ผมคิดในใจ เอาแล้วไง เกิดไรขึ้น(วะ) เนี่ย ผมเห็นพี่ท่านนั้นมือจีบแล้วก็ตาเหมือนเหลือกขึ้นครับ ผมเห็นแล้วก็รีบบอกน้องพยาบาลว่าอย่ามุงครับ แล้วสติปัญญาของผมตอนนั้นก็รีบประมวลคำสอนของอาจารย์ทันที ตอนนั้นผมคิดแล้วล่ะครับว่า เป็น Hyperventilation syndrome แน่นอนเพราะดูจากอาการ อายุ แล้วน่าจะคำนึงถึงโรคนี้ที่สุด ใครดูหมอเจ็บอาจจะเห็นแล้วนะครับ ผมเลยรีบทำการปฐมพยาบาลแบบที่เคยร่ำเรียนมาทันที เนื่องจากพี่เขาเป็นพยาบาล และผมเห็นว่าน่าจะคุยได้ผมก็เริ่มบอกให้เขาหายใจแบบถูกวิธีทันที ระหว่างที่กำลังบอกให้หายใจช้า ๆ อย่างถูกวิธี เวลาผ่านไปประมาณครึ่งนาที มีน้องพยาบาลบางคน ผมเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีเลย คงคิดว่าผมทำไมไม่ทำอะไรซักอย่างนะ เอาแต่พูดอยู่นั่นแหละ (นะคุณหมอ) ผมก็เลยต้องบอกว่าใจเย็น ๆ (สารภาพตามตรงว่าผมก็แอบกลัวเล็กน้อยครับ เพราะตอนนั้นไม่มีอาจารย์หรือพี่แพทย์ประจำบ้านท่านไหนอยู่ แต่ จากการประเมินอาการ ผมว่าไม่หนักมากครับ)

ประมาณสองนาทีผ่านไป พี่พยาบาลคนนั้นก็เริ่มคลายมือที่จีบเกร็งครับ ตาก็็กลับเข้าสภาพปรกติ ผมใจชื้นขึ้นมาทันที (น้องพยาบาลด้วย แน่นอน ผมคิดว่าอย่างนั้นนะ) พอพี่เขาเริ่มรู้สึกตัวผมตรวจตา ให้ทำตามสั่ง ก็ทำได้ ผมเลยมั่นใจว่าเรียบร้อยดีแล้ว ก็เลยให้น้องเอาพี่ท่านนั้นไปนอนพักผ่อน เป็นประสบการณ์ฉุกเฉินในชีวิตนักเรียนแพทย์ก็ว่าได้เลยนะครับ ผมแอบภูมิใจตัวเองเล็ก ๆ (ถึงใครจะบอกว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยก็เหอะ ผมภูิมิใจของผมนี่นา ^_^)

หลายท่านยังไม่ทราบถึงภาวะนี้ ผมขออนุญาตอ.มาโนช หล่อตระกูล อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ รามาธิบดี นำเอาเนื้อหาที่อาจารย์เขียนไว้มาลงณ ที่นี้นะครับ ส่วนweb ที่ผมเอาข้อมูลมาลงก็ที่นี่เลยครับ เอกสารของอาจารย์ และ web ครับ

กลุ่มอาการหายใจมากเกินไป (Hyperventilation syndrome) เกิดจากการหายใจมากเกินไป โดยอาจจะเกิดจากการหายใจตื้นๆถี่ๆ หรือหายใจไม่ถี่มากแต่ลึกหรือทั้งหายใจถี่และลึกก็ได้ จนทำ ให้เกิด hypocapnia(ภาวะคาร์บอนไดออกไซ์ ในเลือดต่ำครับ) และ respiratory alkalosis (ภาวะเลือดเป็นด่างจากการหายใจครับ ) และมีอาการต่างๆ ทางร่างกายติดตามมา

การที่ผู้ป่วยหายใจเร็วทำ ให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดลดลง เกิด respiratory
alkalosis ผลติดตามมาที่สำ คัญคือการเกิดการหดตัวของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่าง
กาย โดยเฉพาะที่สมอง นอกจากนั้นฮีโมโกลบินยังจับตัวแน่นกับออกซิเจน การปลดปล่อย
ออกซิเจนสู่เนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่เลือดไหลเวียนผ่านลดลงการมีออกซิเจนตํ่า ทำ ให้เกิดอาการเวียนศีรษะ รู้สึกตื้อทึบ มึนงง สับสน หน้ามืด จะเป็น ลม ตาพร่ามัว หายใจขัด หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น และมือเท้าเย็น เป็นต้น อาการเหล่านี้จะทำ ให้ผู้ป่วยตกใจมากกลัวจะเป็นอะไรไป ยิ่งทำ ให้หายใจหอบมากขึ้น
นอกจากนี้การที่เลือดมีภาวะเป็นด่างทำ ให้แคลเซียมอิออนซึ่งเป็นตัวออกฤทธิ์ในเลือดลด
ลง เกิดอาการเหน็บ ชาบริเวณริมฝีปาก ชาตามมือเท้า กล้ามเนื้อเกร็ง ต่อมานิ้วจะเหยียดเกร็ง
(carpopedal spasm) ถ้ามากจะมีอาการมือจีบ (Accoucheur’s hand) นั่นไงครับมาแล้วมือจีบ

สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้  ต้องถามอาการและตรวจอย่างละเอียด เพื่อแยกภาวะทางกาย ที่อาจมาด้วยอาการเช่นนี้ได้ ได้แก่ hypoglycemia, seizure, asthma, myocardial infarction หรือ Meniere’s disease เป็นต้น อันนี้ผมไม่แปลนะครับเพราะมันเป็นโรคที่สามารถเกิดอาการคล้ายกันได้

ส่วนวิธีรักษาก็ทำอย่างนี้ครับ  ผู้ป่วยเองสามารถทำให้อาการเหล่านี้หายเองได้ โดยควบคุม การหายใจให้น้อยลงซึ่งมีหลายวิธีได้แก่

- การใช้ถุง กระดาษ ใบโตๆครอบปากครอบจมูกเวลาหายใจเพื่อให้หายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์กลับคืนไป

- การคลุมโปงหายใจในผ้าห่ม ใช้หลักการเดียวกับการครอบถุงกระดาษ

- การฝึกหายใจด้วยท้องโดยมุ่งความสนใจมาที่ท้อง ให้ท้องโป่งออกเวลาหายใจเข้าท้องแฟบลงเวลาหายใจออก

- การกลั้นหายใจ นับ 1-4 ในใจ แล้วจึงหายใจออก ทำซ้ำๆไปเรื่อยๆ

- การควบคุมลมหายใจด้วยการฝึกสมาธิ

สามวิธีนี้หลังเป็นการควบคุมการหายใจไม่ให้หายใจมากเกินไป วิธีการต่างๆที่กล่าวมาจะทำให้ร่างกาย
ค่อยๆสะสมคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นมาทำให้อาการต่างๆค่อยๆหายไป ในบางครั้งถ้าผู้ป่วยไม่สามารถ
ควบคุมตนเองให้หายใจน้อยๆได้แพทย์อาจให้ยาคลายกังวลเพื่อให้จิตใจสงบลงและหายใจช้าลงเองได้
ยาที่ใช้อาจเป็นยากินหรือยาฉีดก็ได้

วิธีฝึกหายใจอีกแบบหนึ่งครับ

1.  กลั้นหายใจ นับ 1 ถึง 5 (ไม่ต้องหายใจลึก)
2. เมื่อนับถึง 5 แล้วให้หายใจออก พร้อมกับจินตนาการภาพตัวเองกำ ลังผ่อนคลาย
3. หายใจเข้าและออกช้า ๆ อย่างละประมาณ 3 วินาที ให้สังเกตว่าลมหายใจกระทบขอบในของจมูก
ขณะหายใจ พร้อมกับจินตนาการภาพตัวเองกำ ลังผ่อนคลายทุกครั้งที่หายใจออก (โดยรวมหายใจเข้าออก 10 ครั้ง ต่อนาที)
4. ทุก 1 นาที (หรือเมื่อหายใจครบ 1 ครั้ง) ให้กลั้นหายใจ นับ 1 ถึง 5 (ไม่ต้องหายใจลึก)
5. หลังจากนั้นเริ่มหายใจเข้าและออกช้าๆ อย่างละประมาณ 3 วินาที ดังเดิม

ที่เล่ามาก็เป็นเหตุการณ์ที่ผมเจอไม่คาดฝันครับ แล้วพี่เขาก็อาการดีเรียบร้อย ไม่น่าเป็นห่วงแล้วครับ

เอามือไปแตะหน้าผากว่าตัวร้อนมั๊ย?

ช่วงเวลาดีๆที่เธอและฉันไม่ต้องกังวลอะไร
เป็นช่วงเวลาดีๆที่เราทั้งสองจะมีแต่ความเข้าใจ
วันนี้เป็นวันดีดี วันนี้เราควรจะทำอะไร
วันที่อะไรๆ ก็ดูจะเหมือนจะคอยเป็นใจให้กัน
วันนี้จะทำอะไร ก็ดูจะเหมือนไม่ต้องระแวงระวัง
วันนี้คือวันดีดี มีฉันและเธอคนดีเท่านั้น

* มีบรรยากาศฝนตกรถติดช่วยฉัน
ยังมีมือเปล่าว่างอยู่ ให้จับเท่านั้น
ลองดูที่แก้มฉัน เธอนั้นว่ามีอะไร
เอามือไปแตะหน้าผากว่าตัวร้อนมั๊ย
เอาเธอมากอดข้างกายไม่แบ่งใครๆ
มีเราเพียงเท่านั้น มีเธอและมีฉัน อยู่ในวันสำคัญของเรา

คิดจะเอาอะไรก็ดูจะเหมือนจะง่ายจะดายอย่างใจ
อยากได้อารมณ์อะไรจะเย็นจะร้อนจะช้าจะเร็วอย่างไร
เธอนั้นพูดมาดีดีฉันพร้อมให้เธอคนดีทุกอย่าง
อยากให้มันเป็นยังไงจะยืนจะล้มจะนั่งจะนอนอย่างไร
ปวดเนื้อเมื่อยตัวยังไงไม่นานไม่ช้าก็คงจะคลายกันไป
มีพร้อมแค่เรื่องดีๆ เธอพร้อมที่จะยินดีอีกไหม

*

ก็แค่ไม่อยากให้วันนี้ผ่านพ้นไปจะทำยังไงอยากหยุดเวลาไว้
ในวันที่มันปลอดภัย มีเธอที่เคียงข้างกาย… สองเรา

*

เพลง ระยะปลอดภัย ของว่าน อัลบั้ม Wan Soloistครับ เพลงจังหวะสนุก ๆ น่ารักดีครับ

ปวดฟันก็อาจต้องนอนโรงพยาบาลได้(Ludwig’s angina)

   เมื่อหลายวันก่อน ผมได้รับคนไข้ในความดูแลที่ ICU ครับ จริง ๆ เรื่องที่ผมจะเล่าต่อไปนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับวิชา โสต ศอ นาสิกหรือที่เราเรียกว่า ENT ครับ คนไข้เป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 5 ขวบตอนแรก เด็กก็ปวดฟันครับ จากนั้นก็ไปถอนฟันเป็นฟันกรามซี่ล่าง ถอนเสร็จปรากฏว่ายังปวดอยู่แฮะ ไม่หายที่บ้านก็คิดว่าอาจจะปวดหลังถอนฟันได้ วันรุ่งขึ้นปรากฏว่าหน้าบวมครับบริเวณคาง บวมเปล่งแล้วก็เจ็บมาก อาการปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องมาพบแพทย์ จากการตรวจร่างกายเด็กอ้าปากไม่ขึ้นครับ ปวดมากที่คางตรงบริเวณที่บวม ถ้าเราไปจับเนี่ยจะเจ็บจนแทบน้ำตาไหลทีเดียว

    จากการซักประวัติ ตรวจร่างกายก็สันนิษฐานว่าคนไข้เป็น Ludwig’s angina ครับ (ขอนอกเรื่องนิดนึงครับ คำว่า angina เนี่ยแปลว่าอาการเจ็บแล้วก็ปวดมาก ๆ  นักเรียนแพทย์จะคุ้นกับคำว่า angina pectoris ซึ่งเป็นอาการปวดเจ็บบริเวณหน้าอก แล้วปวดร้าวไปที่แขนซ้าย ซึ่งพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจเช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบหลันครับ เมื่อเทอมที่แล้วอาจาร์ยถามผมว่า Ludwig’s anginaคืออะไร ด้วยความที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ก็ตอบไม่ได้ เลยเดาไปว่าเจ็บหน้าอก หน้าแตกเลยครับ T_T)   Ludwig’s angina เป็นการติดเชื้อในบริเวณชั้นใต้ผิวหนังครับคือ ใต่ผิวหนังเราบริเวณหน้า บริเวณคางมันจะแบ่งเป็นช่องว่าง(space) ต่าง ๆ ครับ ไอ้ตัวโรค Ludwig’s anginaเราถือว่ามันติดเชื้อที่ submandibular และsublingual space ครับเอาเป็นว่าติดเชื้อแล้วกันนะครับ

        การติดเชื้อเชื่อว่าเกิดจากการที่มีฟันผุครับ แล้วมันก็เข้าไปติดเชื้อในช่องว่างดังกล่าว อาการฟังดูเหมือนไม่รุนแรงใช่ไหมครับ  ติดเชื้อก็ให้ยาฆ่าเชื้อไปก็จบ แต่มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นครับ ยังจำเรื่องอาการบวมที่ผมเล่าให้ฟังได้ไหมครับ อาการบวมนี่แหละครับตัวสำคัญ ในคนไข้บางรายเกิดอาการบวมมากจนทำให้หายใจไม่ออกแล้วก็เสียชีวิตในที่สุดครับ รายที่รุนแรงจะมีอาการบวมอย่างรวดเร็วใน 24 ชั่วโมงครับ

      ในการรักษาต้องรักษาทันท่วงทีและต้องใส่ใจอย่างยิ่งครับ วิธีรักษานอกจากยาฆ่าเชื้อแล้วรายที่จำเป็นอาจต้องเจาะช่องที่คอเพื่อระบายหนองออก หรือรายที่มาโรงพยาบาลด้วยอาการหายใจไม่อออกแล้วนี่อาจจะต้องทำการเจาะคอ หรือช่วยหายใจด้วยวิธีใส่ท่ช่วยหายใจไปก่อน ซึ่งวิธีที่ผมว่ามาในผู้ป่วยธรรมดานี่ก็ยากแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเจาะคอหรือใส่ท่อช่วยหายใน แต่ในผู้ป่วยโรคนี้จะยิ่งยากขึ้นไปอีกครับ

      อันตรายนะครับแค่ฟันผุ อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าเรื่องที่เราเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่นี้อาจจะทำให้เราเสียใจมากก็ได้ครับ อีกอย่างรักษาสุขภาพช่องปากก็ดีกับสุขภาพของทุกคนด้วยครับ

ข้อคิดเตือนใจกับการดูAF

ตั้งชื่ออาจจะฟังดูขัดใจกับหลาย ๆ คนที่ชอบนะครับ week ท้ายสุดที่เอานเข้าไปอยู่รวมกัน 20 คนนี่ผมดูแล้วอึดอัดแทนเหมือนดูหนังเนื้อเรื่องบแล้ว แยงืดโดยที่ไม่มีอะไร ยกเว้นขอ Vote ก็นานาจิตตังล่ะครับ

เรื่องที่ผมเอามานี่อ่านจาก ดาราเดลี่ นะครับ

น้ำตาล AF1 ชีวิตลำเค็ญ เป็นหนี้ 10 ล้าน

เส้นทางถนนสายดนตรี “น้ำตาล-ศุภัทรสิริ ปฐมนุพงศ์”หนึ่งนักล่าฝัน “ยูบีซี อะคาเดมี่ แฟนเทเซีย” รุ่นบุกเบิก ขณะนี้ยังอยู่ติกอยู่ภาระผูกพันทางสัญญาสังกัด
”บริษัทในเครือแกรมมี่”ที่คงเหลือเวลาอีก 2 ปี จะหมดสัญญาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าช่วง 1 ปีหลังที่ผ่านมานี้ งานร้องเพลงและงานโชว์ตัวเริ่มหดหายไปตามกาลเวลาเหมือนเพื่อนๆ “นักล่าฝัน”รุ่นเดียวกันบางคน

น้ำตาลเล่าว่า ช่วงนี้มีเวลาว่างมาก ไม่มีงานและไม่มีเงินมานานร่วมปีแล้ว ซึ่งตนค่อนข้างที่ขัดสนเรื่องเงินมาก เพราะก่อนหน้านี้มีปัญหาครอบครัวที่ยังมีภาระหนี้สินสมัยที่ทำธุรกิจอยู่ราว 10 ล้าน ตนต้องหาเงินเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ เพราะว่าเวลานั้นมีรายได้การทำงานที่ไหลเข้ามาสู่กระเป๋าบ้างในแต่ละเดือน แต่ตอนนี้บางเดือนไม่มีรายได้เลย ทั้งที่ “ตาล” เป็นหัวเรือใหญ่ของบ้านที่ต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

จนมาถึงปีที่ผ่านมานี้ ตนต้องดร็อปเรียนหนังสือ ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ ก่อนหน้าเคยได้ทุน แต่ลองคิดดูว่าจะเอาเงินทีไหน นำมาใช้จ่ายค่าเดินทาง ค่าอาหารที่ใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ส่วนหนึ่งเพราะว่า “ตาล” ต้องแบกภาระด้านอื่นๆอีกมากมาน มิฉะนั้น ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนคงไม่พอจ่ายแน่ จำเป็นต้องชะลอเรื่องการเรียนไปก่อน

สำหรับงานที่เข้ามาส่วนใหญ่ในช่วงนี้ จะเป็นงานเล็กๆ ที่มีรายได้เข้ามาไม่มากนัก หากมีงานที่ไหนตาลอาจแนะนำเพื่อนๆอย่าง”ปอ-ปานเวทย์ ไสยคล้าย” ไปรับงานด้วย เพราะปอเองตอนนี้มีสถานะที่ไม่ต่างไปจากตาล บางงานยังมีที่ได้มานั้น บรรดาครูๆที่เคยสอนตาลสมัยที่นักล่าฝัน คอยป้อนเข้ามาบ้าง แต่ไม่มากมาย

อีกอย่างแต่ละเดือนนั้น ตาลต้องหาเงินมาจุนเจือน้องๆด้วย หากหาเงินไม่ได้เดือนละ 1-2 หมื่นคงลำบาก แม้ว่าจะเป็นรายได้ที่น้อย แต่คงประคองตัวไปก่อน จากเดิมที่เคยมีชื่อเสียงนั้นมีรายได้เข้ามา 3-5 หมื่น สำหรับเรื่องเรียนนั้น ตาลอยากจะให้จบการศึกษาเร็วๆ เพื่อที่นำใบประกาศไปสมัครงานได้ นอกเหนือจากทำงาน
เพลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถามว่าเคร่งเครียดหรือไม่ ต้องยอมรับว่าบางช่วง อาจเครียดบ้าง ซึ่งหลังจากนี้ตาลอาจไปบวชชัพาห์ม ที่จังหวัดราชบุรี เพื่อที่ระงับจิตใจสักระยะหนึ่ง จากนั้นราวกลางเดือนกันยายน ร่วมงาน “สโมสรกองทัพบก”ซึ่งได้ชักชวนเพื่อนๆอย่าง”ปอ”ไปร่วมงานด้วย

ซึ่งตาลต้องยอมรับว่า งานที่ไม่ค่อนมีเข้ามาเวลานี้ เพื่อนๆเอเอฟ 1 บางคนคงมีปัญหาเหมือนกัน ทางออกเราจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากมีงานใดเข้ามาจะแนะนำเพื่อนด้วย เผื่อมีโอกาสที่ดี แต่ในอนาคตจะต่อสัญญาอีกหรือไม่ ก็ไม่รู้ว่าต้นสังกัดจะเอาอย่างไร ส่วนจะเข้ามาร่วมงาน “ทรู แฟนเทเซีย”นั้น ขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารเป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง

ชีวิตมีข้นมีลงครับ

ผมเข้าwordpressไม่ได้

ผมไม่สามารถเปิดwordpressจากระบบinternetที่โรงพยาบาลได้ครับ  ที่โรงพยาบาลผมใช้ระบบของTOT แล้วเขาก็blockการเข้าwordpressทั้งหมดด้วยเหตุผลว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสม มีการกระทำผิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมงงเลยครับ ตอนที่พิมพ์อยู่นี่ผมใช้netที่อื่น รู้สึกว่าจะใช้ของTRUEนะครับ แย่แล้วสงสัยblogของผมมีอันจบกันแน่แล้ว ใครก็ได้ลองช่วยทีนะครับ

ผมมีภรรยาสี่คน

เชื่อหรือไม่ครับ ผมมีภรรยาถึงสี่คน ในขณะเดียวกันคุณ ๆ ก็มีถึงสี่คนเช่นเดียวกัน เรื่องนีเป็นบทความของ อาจารย์ ธีระชัย เชมนะสิริ ครับ ผมอ่านมาจากFree copy Productivity corner ของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติครับ ลองอ่านดูนะครับ

      ชายคนหนึ่งมีภรรยา 4 คน ภรรยาคนที่ 1 เขารักมากที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ตามใจตลอดอยากได้อะไรเขาก็หาให้ทุกอย่าง ภรรยาคนที่ 2 เขารักมาก ยินดีทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบ้างเป็นครั้งคราว ภรรยาคนที่ 4 เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหา ไม่เคยคิดถึงเลยด้วยซ้ำ
                    ต่อมาชายคนนี้ไปกระทำความผิดร้ายแรงและถูกจับ ต้องถูกประหารชีวิต ก่อนที่จะถูกประหาร เขาขอ กลับบ้านเพื่อไปร่ำลาภรรยาสุดที่รักสักครั้ง ผู้คุมเห็นใจจึงอนุญาต เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขารีบตรงไปหาภรรยาคนที่ 1 เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟังและถามว่า “ถ้าฉันต้องตาย เธอจะทำอย่าง ไร?” ภรรยาคนที่ 1 ตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ถ้าเธอตาย เราก็จบกัน” คำตอบที่ได้รับเหมือนสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงมาที่เขาอย่างจัง เขารู้สึกเจ็บปวดและเสียใจเป็นอย่างยิ่ง นึกเสียดายว่าไม่ควรทุ่มเทให้ภรรยาคนนี้เลย จากนั้นก็ไปหาภรรยาคนที่ 2 ด้วยอาการที่ เศร้าโศก เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังและถามคำถามเดิมกับภรรยาคนที่ 2 ว่า “ถ้าฉันต้องตาย เธอจะทำอย่างไร” ภรรยาคนที่ 2 ก็ตอบหน้าตาเฉยว่า “ถ้าเธอตาย ฉันก็จะมีใหม่” เหมือนสายฟ้าผ่าลงมาซ้ำที่เขาอย่างจัง เขารู้สึกเสียใจมากและนึกเสียดายว่าที่ผ่านมาเขาไม่ควรทุ่มเทให้กับภรรยาคนนี้เช่นกัน เขาเดินคอตกมาหาภรรยาคนที่ 3 เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังและถามว่า “ถ้าฉันต้องตาย เธอจะทำอย่างไร” ภรรยาคนที่ 3 ก็ตอบว่า “ถ้าเธอตาย ฉันจะไปส่ง” ทำให้เขาคลายความเศร้าโศกลงไปได้บ้าง อย่างน้อยก็ยังมีภรรยาที่จริงใจกับเขา
                    เขานึกขึ้นมาได้ว่ามีภรรยาอีกคนหนึ่งซึ่งเขาไม่เคยไปหาเลย จึงไปหาภรรยาคนที่ 4 และถามว่า “ถ้าฉันต้องตาย เธอจะทำอย่างไร”ภรรยาคนที่ 4 ตอบว่า “ถ้าเธอตาย ฉันจะตายตามไปด้วย” แทนที่เขาจะดีใจกลับนึกเสียใจหนักขึ้นไปอีก เพราะมันสายเกินไปเสียแล้ว ช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ เขาไม่เคยเห็นค่าของภรรยาคนนี้ แต่ภรรยาคนนี้กลับไม่คิดจะทิ้งเขาและจะติดตามเขาไปอยู่ด้วย
          แล้วชายคนนี้ก็กลับไปรับโทษประหารและเมื่อเขาตาย ภรรยาคนที่ 4 ก็ตายตามไปด้วย เราทุกคนก็มีภรรยา 4 คนนี้ ถามว่าภรรยาทั้ง 4 คนเป็นใคร
          ภรรยาคนที่ 1 เขารักที่สุด ไปไหนมาไหนด้วยกัน ตามใจตลอดอยากได้อะไร เขาก็หาให้ทุกอย่าง นั่นคือ ร่างกายของเรา เพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราจะบำรุงบำเรอด้วยของทุกสิ่งทุกอย่าง อยากได้อะไรก็หาให้ แต่พอเราตายกลับไม่ไปกับเรา เมื่อเราตายร่างกายก็มีค่าเท่ากับท่อนไม้ท่อนหนึ่งเท่านั้น
            ภรรยาคนที่ 2 เขารักมาก เขาจะทำทุกอย่างเพื่อภรรยาคนนี้และจะไปหาภรรยาคนนี้เสมอ นั่นคือทรัพย์สมบัติเพราะเวลาเรามีชีวิตอยู่ เราทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา แต่พอเราตาย มันกลับเป็นของคนอื่น
            ภรรยาคนที่ 3 เขารักรองลงมา ดูแลเอาใจใส่พอควร แวะไปหาบ้างเป็นครั้งคราว นั่นคือ พ่อแม่ ลูกเมีย ญาติ พี่น้อง เพราะพอเราตาย เขาจะทำศพให้เรา ทำบุญไปให้ แปลว่าเขาแค่ไปส่งเราเท่านั้น
              ภรรยาคนที่ 4 คือคนที่เขาไม่เคยสนใจ ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยไปหา ไม่เคยคิดถึงด้วยซ้ำ นั่นคือ บุญกับบาป เมื่อเราตายไป เราไม่สามารถเอาอะไรไปด้วยได้ มีเพียงแค่บุญกับบาปเท่านั้นที่จะตามเราไป
 ยศและลาภ หาบไป ไม่ได้แน่ มีเพียงแต่ ต้นทุน บุญกุศล
ทรัพย์สมบัติ ทิ้งไว้ ให้ปวงชน แม้ร่างตน เขาก็เอา ไปเผาไฟ
เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเล่า เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
มามือเปล่า แล้วเจ้า จะเอาอะไร เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา

ได้ข้อคิดดีนะครับ

ขออีกสักentry-เหตุเกิดจากความเหงา

   มีคนบ่นเข้าหูผมครับ ว่าเอ!! ทำไมเดี๋ยวนี้blogหมอหนึ่งเหมือน diary ขึ้นทุกวัน แฮะ แฮะ ผมได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ ผมชอบdiary นี่ครับ ถึงคนอ่านจะไม่ค่อยได้ความรู้ก็เอาเหอะ แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นสิ่งไรสาระ คลายเครียดสำหรับคนที่หลงมาอ่านแล้วกัน

   ผมเลยขอไร้สาระอีกสัก(หลาย ๆ)entryนึงนะครับ เพลงนี้ออกมานาแล้วล่ะครับ ฟังครั้งแรกผมก็ชอบเลยเนื้อหาโดนมากเลยครับ

                          ขอบคุณ ระยะทาง ที่ทำให้เราต้องห่างไกล
ขอบใจ เธอเหมือนกัน ที่เธอเลือกจากฉันไปแสนไกล
ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร
ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายใจ
ทำให้ฉันได้รู้ หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว

เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ
เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอที่ ฉันรักหมดหัวใจ

วันนี้มาพบเธอ ด้วยใจที่เดินอย่างอ่อนล้า
ต้องการมาพบหน้า ต้องการจะบอกว่าเพิ่งเข้าใจ
ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร
ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายใจ
ทำให้ฉันได้รู้ หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว

เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ
เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอ ที่ฉันรักหมดหัวใจ

มีคนเคยบอก ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง ก็ยังไม่รู้คุณค่าของสิ่งนั้น
เหมือนอย่างตัวฉัน ที่เพิ่งรู้ว่าคืนวัน ที่ผ่านมาว่าใครคือคนสำคัญ

เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ
เหตุเกิดจากความเหงา ที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ ว่าเป็นเธอ ที่ฉันรักหมดหัวใจ

ลองคิดถึงคนที่คุณคิดถึงดูนะครับ แม้แต่เพื่อนสมัยเด็ก ๆ ป่านนี้เป็นยังไงกันบ้างแล้วก็ไม่รู้ เพื่อนที่ผมเคยแกล้ง หรือไอ้คนที่แกล้งผม ความห่างไกลมันทำให้เราคิดถึงกันครับ

เรียนหนังสือที่ศิริราช

เมื่อวานนี้(25 กรกฎาคม 2550) ผมไปเรียนหนังสือที่โรงพยาบาลศิริราชมาครับ ไปออกตรวจแผนกผู้ป่วยนอกของจักษุกรรมมา อาจารย์ที่สอนท่านเคยอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชที่ผมเรียนอยู่ ชื่ออาจารย์วณิชาครับ อ.จะสอนด้านประสาทวิทยาของตา

ที่ศิริราช คนไข้เยอะมากๆ เลยครับ แค่แผนกตาแผนกเดียวมันก็ใหญ่แล้ว ผมได้เรียนพร้อมน้อง ๆ ที่ศิริราชอีก4คน น้อง ๆ น่ารักครับ มีอะไรน่าสนใจก็เรียก ๆ กันดู ช่วย ๆ กันตอบอาจารย์ ผิดบ้างถูกบ้างก็ว่ากันไป

กลุ่มผมไปกัน5คนครับ และก่อนไปก็วางแผนกัน ไม่ใช่วางแผนเรื่องเรียนหรอกนะครับ คุยกันว่าจะไปกิน ไปเที่ยวที่ตรงไหนยังไงบ้าง….ขยันซะ ผมเรียนอยู่ครึ่งวันครับ จากนั้นก็ได้เวลาตะลอน

ไปร้านแรกนี่ไม่ไปไม่ได้เลยครับ เป็นร้านถ่ายเอกสารร้านเล็ก ๆ ร้านหนึ่ง ซึ่งดูเหมือนไม่มีอะไร ผมเก็บเอาไว้ไม่บอกแล้วกันนะครับว่าร้านนั้นขายอะไร แต่เพื่อนผมทุก ๆ คนตั้งใจไปร้านนั้นยิ่งกว่าตั้งใจไปเรียนซะอีก

แล้วผมก็แยกตัวจากเพื่อนครับเนื่องจากว่าผมมีนัดกับเพื่อนคนอื่น ระหว่างนั่งเรือ ฝนเริ่มตั้งเค้าเลยครับ ในใจภาวนาว่าอย่าตกเลยนะ แล้วผมก็ดันลืมเอาร่มมาซะอีก เพื่อนผมพาไปกินข้าวแกงครับ แต่มีเมนูเด็ดคือหมูกะปิ ไม่เคยเห็นที่ไหนเลย ผมไม่แน่ใจว่าที่อื่นทำหรือเปล่า ผมรู้อย่างเดียวว่าผมซัดข้าวไปสองจาน

ตอนรอรถกลับบ้านฝนตกลงมาห่าใหญ่เลยครับ ผมเลยกลายเป็นหมูเน่าไปตามระเบียบ นั่งรถไปขึ้นสาย 23 ต้นสาย ผมก็เลยควักเสื้อกาว์นออกมาเช็ดเสื้อผ้าที่เปียกอยู่ คนที่เห็นเขาคงงง เพราะท่าทางการเช็ดเหมือนกับเพิ่งออกมาจากห้องน้ำเพราะอาบน้ำเสร็จเลยครับ ช่วยไม่ได้นี่นา อาทิตย์หน้าผมจะสอบแล้ว ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาคราวนี้ซวยแน่ ๆ

ยังไงผมก็ประทับใจการเรียนนอกสถานที่ครั้งนี้นะครับ เดี๋ยวคราวหน้าถ้าผมได้ไปเรียนที่อื่นเดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังอีก

Older Posts »